37359177_s

ถ้าตัวเลขของเดือนนี้ได้ตามเป้าหมายแล้ว เราต้องวิเคราะห์ไหมครับ???

ถ้าเราคิดว่า ไม่ต้อง งานของเราก็สบายขึ้นครับ เราสามารถบอกกับผู้บริหารว่าตัวเลขเป็นไปตามเป้าหมาย

หากผู้บริหารดูผ่านๆเห็นว่าตัวเลขมันโอเค ก็จะปล่อยผ่านไป ถ้ามันไม่มีอะไรก็ “โอเค” 

แต่ถ้ามัน “มีอะไร” ขึ้นมาล่ะ!!

สมมติว่ายอดขายเดือนที่ผ่านมาคือหนึ่งล้านบาท เป้าหมายก็คือหนึ่งล้านบาท

หากพิจารณาเฉพาะตัวเลข แสดงว่า “ไม่มีความคลาดเคลื่อน”

แต่..มันไม่ได้แปลว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ทั้งหมดเสมอไปนี่ครับ

เช่น อะไรบ้าง ยกตัวอย่างหน่อย!

การได้ยอดขายเท่ากับหนึ่งล้านบาทตามเป้า อาจเป็นผลพลอยได้จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน คิดเป็นมูลค่าหนึ่งแสนบาทก็เป็นได้

แต่ความเป็นจริงแล้วสินค้าถูกขายที่ราคาต่ำลง เนื่องด้วยการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือด คิดเป็นมูลค่ายอดเงินที่ลดลงจากการลดราคาสินค้าหนึ่งแสนบาทเท่ากันเด๊ะ! ตัวเลขมันก็หักลบกลบหนี้กันพอดีไงครับ

แต่… ถ้าเราปล่อยผ่านไปก็แสดงว่า

เราไม่ได้นำเสนอประเด็นนี้ให้ผู้บริหารรับทราบ…

ซึ่งอาจมีผลกับมุมมองที่ผู้บริหารมีต่อเราได้ เราอาจมีโอกาสนำเสนอผู้บริหารไม่บ่อยนัก อย่าใช้โอกาสเปลืองนะครับ

อีกกรณีหนึ่ง การ “ไม่คลาดเคลื่อน” อาจเกิดจากการขายสินค้าที่มีกำไรน้อยเพิ่มขึ้น แต่สินค้าที่มีกำไรสูงกลับมียอดขายลดลง แล้วบังเอิ๊ญตัวเลขมันหักลบกลบหนี้กันพอดี

ถ้าเราวิเคราะห์ตัวเลขไม่ละเอียดพอ มันก็จะไม่มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในรีพอร์ตของเรา

วันดีคืนดีหากผู้บริหารใช้ Sense Of Number จับอะไรบางอย่างเจอ โทรศัพท์ที่โต๊ะคุณก็จะดัง พร้อมกับคำพูดที่ว่า

ทำไมคุณไม่บอกผม!!!

อย่ารอ… ให้เสียงในสายมีคำนี้ออกมานะครับ

ในทางตรงข้าม หากคุณวิเคราะห์ทุกปัจจัยจนพบว่า “ไม่คลาดเคลื่อน” เกิดจากการหักลบกลบหนี้กันของปัจจัยมากกว่าหนึ่งตัว แล้วคุณนำเสนอสิ่งนี้ออกไปในรีพอร์ต

คุณจะหน้าตาดีขึ้นมาทันทีครับ!!!

ลองเปลี่ยนวิธีทำให้หน้าตาดีด้วยวิธีแบบนี้ดีไหมครับ ^_^

.

หากคุณชอบบทความแนวนี้ สามารถอัพเดตบทความใหม่ๆโดยคลิก Like เฟสบุ๊คแฟนเพจ วิศวกรรีพอร์ต หรือคลิก ที่นี่

อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านเพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ ^_^