มีเกมมาให้เล่นกันขำๆครับ..

อยากทราบว่า เครื่องหมายบนแป้นคีย์บอร์ดทั้ง 10 นี้ มีชื่อว่าอะไร?

1. ”
2. #
3. $
4. ^
5. &
6. *
7. [ ]
8. { }
9. =
10. |

41090551 - hands on keyboard

ขอเป็นชื่อภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการนะครับ

ชื่อไทย เช่น ยกกำลัง ฟันหนู อะไรพวกนี้ไม่เอานะครับ ^^

ทำไมถึงถามน่ะหรือครับ?

วันก่อน ผมคุยเรื่องสูตร Excel กับฝรั่งคนหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่าเครื่องหมายเหล่านี้ควรเรียกว่าอะไรดี?

ลองถามอากู๋ ถึงได้รู้ว่า บางเครื่องหมายหลงเรียกผิดมาตั้งนาน

มิน่า..ถึงสื่อสารกับเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง T_T

มาดู “ชื่อจริง” ของเครื่องหมายทั้ง 10 พร้อมความหมายในทาง Excel กันครับ

1. ” เรียกว่า Quotation mark

หรือเรียกว่า Double quotes ก็ได้

(ถ้าเป็นขีดเดียว ‘ เรียกว่า Apostrophe หรือ Single quote ก็ได้)

ในทาง Excel แล้ว ” ” ใช้เพื่อทำให้ใส่ Text ลงไปในสูตรได้ เช่น

=IF(A2=”Thailand”,1,0)

ถ้าไม่ใส่ ” ” ครอบ Text ในสูตร จะได้ผลลัพธ์เป็น

#NAME?

บางครั้งเราอาจเจอสิ่งที่หน้าตาเหมือน Text ในสูตร ทั้งที่ไม่มี ” ” ครอบ แต่สูตรก็ไม่เจ๊ง  เช่น

=A2*TaxRate

แปลว่า TaxRate คือชื่อที่เรากำหนดค่าไว้แล้ว

สามารถตรวจสอบชื่อทั้งหมดที่เรากำหนดค่าไว้ได้ โดยการกด Ctrl+F3

NameManager.png

จากภาพด้านบน TaxRate มีค่า = 20%

ถูกลิงค์ไว้กับเซลล์ A6 ในชีต Sheet1 นั่นเอง

.

2. # เรียกว่า Hash sign

ส่วนใหญ่เราจะเรียกเครื่องหมายนี้ว่า Sharp แต่จริงๆแล้ว มีความต่างนิดหน่อยระหว่างเครื่องหมาย Hash และ Sharp

เครืองหมาย Sharp จะตั้งตรง ส่วนเครื่องหมาย Hash (#) จะเอนไปด้านขวาเล็กน้อย

ในทาง Excel เราใช้ # อ้างอิงชื่อ Header ของ ข้อมูลที่เรากำหนดฟอร์แมตเป็น Table (กด Ctrl+T) ไว้แล้ว เช่น

=Table1[[#Headers],[Country]]

แปลว่า ให้เอาชื่อ Header จาก Table1 ของคอลัมน์ที่ชื่อ Country มา

ผลลัพธ์ก็คือ Country นั่นเอง

.

3. $ เรียกว่า Dollar sign

ส่วนใหญ่เราจะเรียกกันว่า String เมื่อก่อนผมก็เรียก String แต่พอมาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ถึงรู้ว่าต้องเรียก Dollar sign

ว่าแต่ ทำไมเราถึงเรียก String กันล่ะ ใครรู้บ้าง?

ในทาง Excel เราใช้ Dollar sign เพื่อล็อคคอลัมน์ และ/หรือ แถว เพื่อไม่ให้เลื่อนเวลาลากสูตรนั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจเรื่องการใช้ Dollar sign อ่านรายละเอียดได้จากบทความนี้ครับ

คลายปม! ปัญหาการใส่ดอลลาร์ไซน์ $ ใน Excel

.

4. ^ เรียกว่า Caret

เครื่องหมายนี้ ทาง Excel คือ ยกกำลัง นั่นเอง

แทนที่จะเขียนในสูตรว่า

1000000 เราก็เขียนว่า 10^6 แทน เช่น

=B2/10^6

ดูง่ายกว่า

=B2/1000000

เยอะเลยใช่ไหมครับ ตาไม่ลายด้วย ^^

.

5. & เรียกว่า Ampersand

เมื่อก่อนนี้ผมเรียก And พอไปคุยกับฝรั่ง ถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วเค้าไม่ได้เรียกกันแบบนั้น

And คือ ความหมาย ส่วนชื่อคือ Ampersand

ถ้าต้องการเชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกันใน Excel เราอาจใช้เครื่องหมาย & ได้ เช่น

=D2&E2

หรืออาจใช้ฟังก์ชั่น CONCATENATE ก็ได้ เช่น

=CONCATENATE(D2,E2)

ผลลัพธ์เหมือนกันครับ ^__^

.

6. * เรียกว่า Asterisk

เมื่อก่อนนี้ ผมเรียก Star แต่ฝรั่งเค้าก็พอเดาได้นะ ^^

จะว่า Star ผิดก็ไม่เชิง เพราะ Aster เป็นภาษากรีก แปลว่า ดาว เหมือนกัน ก็พอกล้อมแกล้มได้เนอะ

* ทาง Excel มีความหมาย 2 แบบ

แบบแรกคือ คูณ เช่น

=A2*B2

แบบที่สอง ใช้สื่อสารว่า “อะไรก็ได้” เช่น

=SUMIF($A$2:$A$10,”*land”,$B$2:$B$10)

แปลว่า ให้รวมค่าในเซลล์ B2:B10 เฉพาะประเทศอะไรก็ได้ในเซลล์ A2:A10 ที่ลงท้ายด้วยคำว่า land (เช่น Thailand, Poland, Switzerland)

SUMIF_Land.png

คำตอบก็คือ 17 นั่นเอง

.

7. [ ] เรียกว่า Square brackets

หรือจะเรียกสั้นๆว่า brackets ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

(เมื่อก่อนนี้ ผมเรียก big brackets T_T)

บางคนเรียกเครื่องหมาย ( ) ว่า brackets ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะชื่อทางการของ ( ) คือ Parentheses หรือจะเรียกว่า Round brackets ก็ได้

ส่วนเครื่องหมาย < > เรียกว่า Angle brackets

[ ] มักนำมาใช้กับข้อมูลที่ถูกจัดฟอร์แมตให้เป็น Table (กด Ctrl+T)

Table_Product.png

เช่น

=SUM(Product[Volume])/10

แปลว่า ให้รวมตัวเลขในคอลัมน์ (ฟิลด์) ที่ชื่อ Volume ของตารางชื่อ Product แล้วหารด้วย 10

ผลลัพธ์ก็คือ 54 นั่นเอง (20+30+…+100)/10

.

8. { } เรียกว่า Curly brackets

หรือเรียกว่า Braces ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

ถ้าเราเจอ { } ในสูตร Excel เครื่องหมายนี้ไม่ได้เกิดจากการพิมพ์ แต่เกิดจากการกด

Ctrl+Shft+Enter

หรืออาจเรียกว่าทำให้สูตรนี้ “เพิ่มระดับชั้น” การคำนวณในเชิงสูตรอาร์เรย์ก็ได้

มาทวนเรื่องวงเล็บกันหน่อยนะครับ วงเล็บมีทั้งหมด 4 แบบคือ

  • ( ) เรียกว่า Parentheses หรือ Round brackets
  • [ ] เรียกว่า Square brackets หรือ Brackets เฉยๆก็ได้
  • { } เรียกว่า Curly brackets หรือ Braces
  • <> เรียกว่า Angle brackets

ถ้าเขียน <> ติดกัน ในเชิง Excel แปลว่า ไม่เท่ากับ เช่น

=IF(E2<>”Thailand”,2%,5%)

.

9. = เรียกว่า Equal sign

ชื่อของมันตรงตัวเลยนะ เมื่อก่อนนี้ผมก็เรียก Equal sign คิดว่าต้องผิดแน่ๆ

แต่มันดันถูกแฮะ ^^

Equal sign ใช้ขึ้นต้นการเขียนสูตรทั้งหมดนั่นเอง เช่น

=A2*B2E

=IF(D2=”Report”,C2*3,0)

.

10. | เรียกว่า Pipe

ในทาง Excel เครื่องหมายตัวนี้ไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ แต่เรามักจะใช้เชื่อมข้อมูล 2 คอลัมน์เข้าด้วยกัน แล้วใช้คอลัมน์เป็นตัวดัชนีสำหรับอ้างอิง หรือค้นหา

หรืออาจเชื่อมข้อมูล 2 คอลัมน์ (มากกว่า 2 ก็ได้) เข้าด้วยกันก่อน แล้วค่อยจับแยก โดยใช้ฟังก์ชั่น FIND ร่วมกับ MID และ LEN เช่น

=MID(A8,FIND(“|”,A8)+1,LEN(A8)-FIND(“|”,A8))

สมมติ เซลล์ A8 มีค่าเป็น

Thailand|357

ผลลัพธ์ที่ได้คือ 357 นั่นเอง!

หรืออาจใช้ฟีเจอร์ Text to columns เลือกเป็นแบบ Delimited เลือก Delimiter เป็น Other แล้วระบุเป็น | ก็ได้

เช่น เราต้องการแยกข้อความก่อน และ หลังเครื่องหมาย | ออกจากกัน (จากภาพคือคอลัมน์ C)

Table_Product.png

เลือกครอบคอลัมน์ C คลิกที่ริบบิน Data/Text to columns

TextToColumns.png

เลือก Delimited เพื่อบอกว่าจะกำหนด “ตัวแบ่ง” ข้อมูลเอง

Delimited

เลือก Delimiters เป็น Other และพิมพ์ในช่องข้างๆว่า |

Limiter.png

ข้อความ ก่อน และ หลัง เครื่องหมาย | จะถูกแยกออกจากกัน แบบนี้ครับ

CombineData_After.png

เหตุผลที่เรานำเครื่องหมาย | มาใช้เชื่อมข้อมูล เพราะเครื่องหมายนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเจอในข้อมูลน้อยมาก เราจึงใช้เชื่อมก่อน แล้วค่อยแยกทีหลัง

ถ้าใช้เครื่องหมายอื่น เช่น / หรือ % อาจมีโอกาสที่ข้อมูลของเราจะมีเครื่องหมายนั้นๆ (เช่น บ้านเลขที่) แล้วสูตรของเราก็จะผิด T_T

.

ยังมีอีกหลายเครื่องหมาย เดี๋ยววันหลังมาต่อภาค 2 กันครับ

ตอนแรกว่าจะเขียนสั้นๆ ไปๆมาๆ ยาวซะงั้น

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก http://www.engtwt.info/2014/03/30/special-character-names/

.

หากคุณชอบบทความแนวนี้ สามารถอัพเดตบทความใหม่ๆโดยคลิก Like เฟสบุ๊คแฟนเพจ วิศวกรรีพอร์ต หรือคลิก ที่นี่

อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านเพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ ^_^