“อบรม Excel อีกแล้วเหรอ จัดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม”
ผมได้ยินพี่ชัย หัวหน้าแผนกการเงินบ่นเวลาเห็นคำขออนุมัติ
จะว่าพี่ชัยขี้บ่นก็ไม่เชิง เพราะบริษัทก็จัดอบรมตั้งหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม
ในฐานะที่ผมเคยเป็นทั้งผู้เรียนและผู้สอน พบว่ามี 4 สาเหตุที่ทำให้การอบรมไม่ประสบผลสำเร็จ
ทั้งนี้ให้ตัดประเด็นเรื่องอาจารย์สอนไม่ดี หรือผู้เรียนไม่ตั้งใจออกไปก่อน มาคุยกันด้วยเหตุผลล้วน ๆ 🙂
[ 1. Excel มีเนื้อหาเยอะมาก ]
Excel มีเนื้อหาที่โคตรเยอะ การจะเขียนสูตรให้ได้ดั่งใจนั้นต้องใช้ฟังก์ชันเป็นไม่น้อยกว่า 60 ฟังก์ชัน
(ย้ำว่าใช้เป็น ไม่ใช่เคยได้ยิน)
รวมทั้งต้องเข้าใจฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น
Conditional Formatting
Custom Number Format
Dynamic Array Formula
ทั้งยังควรมีประสบการณ์ทำโจทย์ประยุกต์ที่นำเทคนิคเหล่านั้นมาใช้ร่วมกัน เช่น
ดึงข้อมูลสองลำดับสุดท้ายที่ตรงกับเงื่อนไข
แยกคำนำหน้าออกจากชื่อ
แยกชื่อตำบลออกจากที่อยู่
ไม่มีทางเลยที่อบรม 3-4 วันแล้วจะผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูกกลายเป็นคนเก่งในพริบตา
[ 2.สอนไม่ตรงกับงานที่ทำ ]
ส่วนใหญ่แล้วผู้สอนมักใช้ตัวอย่างที่เตรียมมา (มักเป็นเรื่องการขาย) แล้วให้ผู้เรียนฝึกทำตาม
แต่งานของผู้เรียนอาจไม่ได้มีบริบทแบบนั้น (บางคนทำงานด้านซ่อมบำรุง) จึงไม่อินกับตัวอย่าง อาจนึกภาพไม่ออกว่าจะนำเทคนิคไปประยุกต์กับงานของตัวเองได้ยังไง
เรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิก เพราะ Excel ไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูป
ไม่ใช่โปรแกรมที่ทำตามขั้นตอน 1-2-3-4 แล้วได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
อีกทั้งแต่ละคนที่มาเรียน (เช่น คลาสนั้นมี 15 คน) ก็มีรายละเอียดงานที่แตกต่างกัน
ในทางปฏิบัติจึงไม่มีตัวอย่างใดที่ใช้ได้กับทุกงาน หรือ “One size fits all”
ผู้สอนจึงเน้นที่หลักการ โดยใช้ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย (ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องการขาย) เพื่อกระตุ้นให้เกิดแนวคิด และให้ผู้เรียนนำไปต่อยอดได้
[ 3. ไฟล์เดิม สูตรเดิม ขั้นตอนเดิม ]
เวลาอบรมผู้สอนจะให้เทคนิคเยอะมาก อาจกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้สึกว้าว หรือปิ๊งไอเดียบางอย่าง
แต่พอผู้เรียนกลับมาทำงาน กลับไม่กล้าเปลี่ยนแปลงสูตรหรือวิธีที่เคยใช้ กลัวว่าแก้ไปไฟล์อาจจะพัง
หรืออาจคิดว่าแก้ไปทำไม ทำแบบเดิมก็ได้นี่ แค่มีขั้นตอนเยอะกว่า
พูดง่าย ๆ คือไม่อยากเปลี่ยนแปลง
พอไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่เคยว้าว ไอเดียที่เคยปิ๊งก็ค่อย ๆ มลายหายไป ..
[ 4. ชอบคณิตศาสตร์ตอน ป.6 หรือเปล่า ]
การเรียน Excel แท้จริงแล้วคือการคำนวณ
เบื้องหลังจะมีสูตรหรือตรรกะร่วมด้วยเสมอ
ทักษะทางคณิตศาสตร์ คือพื้นฐานที่บอกว่าแต่ละคนจะประยุกต์ได้มากน้อยแค่ไหน
ทักษะที่ว่า ไม่ใช่คณิตศาสตร์ชั้นสูง
ไม่ใช่แคลคูลัส ไม่ใช่ตรีโกณ ไม่ใช่ Logarithm
แต่เป็นการแก้สมการที่เราเรียนกันตอน ป.6
(ศัพท์เทคนิคคือ พีชคณิต (Algebra))
ใช่, ถ้าชอบการแก้สมการ ก็จะเข้าใจและประยุกต์ Excel ได้ดี
จากการพูดคุย คนที่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ตอนป.6 มักจะใช้ Excel ได้ดี
ในทางตรงข้าม คนที่ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ตอนป.6 อาจจะคิดสูตรไม่ค่อยออก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด
แต่ละคนมีความถนัดและความชอบที่ไม่เหมือนกัน การจะคาดหวังให้ทุกคนเขียนสูตรยาก ๆ ได้ ก็เหมือนวัดความสามารถของปลาจากการปีนต้นไม้
[ แล้วจะทำยังไง? ]
ทุกองค์กรย่อมคาดหวังให้พนักงานเก่ง Excel ทันทีที่จบการอบรม
แต่ Excel ไม่ใช่โปรแกรมที่เรียนจบปุ๊ปแล้วเก่งปั๊ปเหมือนในหนังเรื่อง Matrix
ผมเคยคุยกับคนเก่งบางคน ถึงรู้ว่าเค้าไม่เคยเรียน Excel ที่ไหนเลย เค้าฝึกด้วยตัวเองจากการดู YouTube อ่านบทความในอินเทอร์เน็ต หรือศึกษาไฟล์ของคนเก่ง ๆ
ไม่ได้แปลว่าการอบรม Excel คือสิ่งไม่จำเป็น การอบรมจะช่วยลดขั้นตอนและลดเวลาลองผิดลองถูก แต่สิ่งสำคัญคือการกระทำหลังการอบรม
ใช่, สิ่งสำคัญคือการกระทำหลังการอบรม
เพราะการอบรมคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสุดท้าย ..
