ผมคิดว่าเรายังต้องเขียนสูตร และควรเขียนด้วยตัวเองครับ
แม้ล่าสุด Copilot จะมีฟีเจอร์ใหม่ (Copilot Chat) ใช้งานบน Excel ได้เลย และใช้งานได้ฟรีก็ตาม
ทำไมต้องเขียนสูตรเอง?
ลองนึกภาพว่าคุณต้องการดึงข้อมูลจากตารางนึง ถ้าเขียน Prompt ก็จะประมาณว่า
“เขียนสูตรดึงข้อมูลจาก Table ที่ตั้งชื่อว่า tProduct โดยดึง Price ของสินค้าที่มี ProductID ตรงกับเซลล์ A5 ถ้า Price มีหลายตัว ให้ดึง Price บรรทัดล่างสุด”
แต่ถ้าเขียนสูตรเองคือ
=XLOOKUP(A5,tProduct[ProductID],tProduct[Price],,,-1)
ใช่, เขียนสูตรเองสั้นกว่า แถมเร็วกว่าด้วย
(ถ้าใช้ Copilot ต้องรอประมวลผลประมาณ 10 วินาที)
ลองแยกองค์ประกอบของ Prompt ด้านบน จะพบว่าบริบทที่เราให้ไปคือ
– Price จากตาราง tProduct
– ProductID จากตาราง tProduct
– เซลล์ A5
– ถ้ามีหลายตัว ให้ดึงบรรทัดล่างสุด
ใช่, มันก็คือองค์ประกอบ (Argument) ที่เขียนลงไปในสูตรนั่นแหละ!
การเขียน Prompt ที่ดีคือการให้บริบทที่ครบ ชัดเจน
ซึ่งบริบทที่ครบ ชัดเจน ก็คือสิ่งที่ต้องใส่ลงไปในฟังก์ชัน
มันคือสิ่งเดียวกัน
Prompt ที่ดีมาจากการเรียบเรียงความคิด
การเรียบเรียงความคิดมาจากการฝึกฝน ซึ่งอาจมาจากพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์ หรือมาจากประสบการณ์เขียนสูตร
(อาจเป็นสูตรจากภาษาอื่นก็ได้ เช่น Python, SQL)
แปลว่า ยิ่งเขียนสูตรเก่งเท่าไร ยิ่งเขียน Prompt ดีขึ้นเท่านั้น
ผมมองว่า Copilot คือฟีเจอร์ที่ดีมาก เหมาะกับเคสที่ยากหรือต้องการทางเลือก
เช่น ต้องการคำนวณที่มีเงื่อนไขซับซ้อน เราระบุได้ว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง แต่ไม่รู้จะขมวดเงื่อนไขเหล่านั้นลงไปในสูตรได้อย่างไร
ซึ่งการจะระบุได้ว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง ต้องเป็นคนที่ผ่านการเขียนสูตรด้วยตัวเองมาแล้วเท่านั้น
(ถ้าไม่ผ่านการเขียนสูตรมาก่อน จะมองเงื่อนไขไม่ออก หรือไม่รู้ว่านั่นคือเงื่อนไข)
หรือ เขียนสูตรเสร็จแล้วรู้สึกว่าเยิ่นเย้อ ก็อาจให้ Copilot ช่วยปรับให้กระชับขึ้น
แต่ถ้าเป็นเคสง่าย ๆ เขียนสูตรเองเร็วกว่าเยอะ
Copilot แปลว่า ผู้ช่วยนักบิน
ให้เค้าเป็นผู้ช่วย เป็นคู่คิด ช่วยเสนอไอเดีย ช่วยทำงานบางอย่างได้
แต่คนที่ขับ “เครื่องบิน” จริง ๆ ก็คือเรา
อย่าให้ผู้ช่วยขับเครื่องบินแทนเราเลยครับ 🙂

