ถ้าผมอ่านหนังสือเล่มนี้อีกรอบ ผมจะเริ่มจาก
บทที่เขียนเกี่ยวกับเมาคลี เพราะเป็นบทประทับใจที่สุด
บทนี้ไม่ได้เล่าเรื่องย่อของเมาคลี แต่เป็นจดหมายจากแม่เมาคลีผู้เป็นหมาป่าส่งถึงเขา
เล่าถึงวันที่เขาหลงเข้ามาในถ้ำวันแรก วันที่เสือแชร์คานตามกลิ่นมา แม่ยืนหาญกล้าประจันหน้า แม้จะแอบขาสั่นอยู่ก็ตาม
เล่าถึงวันที่เมาคลีค่อย ๆ โตขึ้น เรียนรู้กฎของป่า มีเพื่อน พบอาจารย์
จนถึงวันที่เมาคลีจากไปในฐานะมนุษย์
อ่านแล้วกินใจถึงความรักของแม่หมาป่า พานรำลึกถึงเรื่องราวของเมาคลีในความทรงจำ
ถัดมาผมจะอ่านบทสนทนาของฮัคล์-เชร็ค ซึ่งเขียนในลักษณะของย้กษ์เขียวสองตนแชตคุยกัน
ฮัลค์บ่นให้เชร็คฟังว่าผู้คนตัดสินเขาจากรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งเชร็คก็ประสบพบในลักษณะเดียวกัน แต่เชร็คไม่ยี่หระกับสิ่งนั้น
อ่านแล้วรู้สึกถึงความน่ารักของตัวละครสองตัวที่เข้าอกเข้าใจกัน แถมแซวเล่นกันเป็นระยะ เช่น
ฮัลค์: เชี่ยไรวะ
เชร็ค: 555
อ่านไปอมยิ้มไป รู้ตัวอีกทีก็จบบท
ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์
เมื่อได้ข่าวว่าพี่จิกจะออกหนังสือเล่มใหม่ ผมสั่งพรีออเดอร์ทันที ไม่ได้อ่านด้วยซ้ำว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร แค่รู้ว่าพี่จิกเขียน ผมกดซื้อโดยไม่ต้องคิด
หนังสือมาถึง ปกสวย กระดาษดี
ความฟินระหว่างอ่านคือกระดาษ ทุกครั้งที่พลิกให้รสสัมผัสนุ่มนวล
ฟอนต์ขนาดกำลังเหมาะ จัดหน้าสวย อ่านง่าย ให้ความรู้สึกดีกว่าอ่านผ่านมือถือเยอะมาก
หนังสือเล่าเกี่ยวกับตัวละคร ซึ่งเป็นตัวละครที่เรารู้จักดี เช่น สังข์ทอง ซุนหงอคง กอตซิลลา
ไม่ได้เขียนในลักษณะของเรื่องย่อ แต่เขียนในลักษณะของการตั้งคำถาม หยิบบางแง่มุมมาคุย ซึ่งอาจเป็นแง่ที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน
บางบทมองในมุมนักจิตวิทยา เช่น บทที่เขียนเกี่ยวกับขุนแผน เรารู้ว่าขุนแผนเป็นคนไม่ดี เจ้าชู้ ทำผิดมากมาย แต่ทำไมเราถึงเอาใจช่วยชายคนนี้
หรือบทที่เขียนเกี่ยวกับโดราเอมอน เรารู้ว่าโนบิตะไม่เก่งอะไรเลย ทำไมเรายังเอาใจช่วย ในทางตรงข้าม เดคิสุงิผู้เก่งทุกอย่าง ทำไมเราถึงเฉย ๆ กับตัวละครนี้
บางบทมองในมุมผู้กำกับ เช่น บทพจมาน เวลาเรานึกถึงพจมาน เราจะนึกถึงเด็กสาวถักเปียสองข้าง ในมือถือชะลอม
คำถามคือทำไมต้องถือชะลอม ทั้งที่ในบทประพันธ์ของ ก. สุรางคนางค์ ไม่ได้เขียนถึงชะลอมด้วยซ้ำ
ชะลอมมาจากไหน ทำไมทุกครั้งที่รีเมกละครเรื่องนี้ พจมานต้องยืนถือชะลอมหน้าบ้านทรายทองทุกครั้ง
บางบทอาจให้แง่คิดในช่วงท้าย เช่น บทสโนว์ไวท์ ทุกคนรุมด่าราชินีใจร้าย แต่ทำไมไม่มีใครด่ากระจกเลย และทำไมเราต้องให้กระจกตัดสิน
ทุกวันนี้กระจกเปลี่ยนรูปกลายเป็นหน้าจอโทรศัพท์ กลายเป็นอัลกอริธึม ยอดไลก์ ยอดวิว
ถ้าเรายังยอมให้สิ่งเหล่านี้ตัดสิน เราอาจกลายเป็นราชินีใจร้ายโดยไม่รู้ตัว
บางบทอาจหลุดโลกไปหน่อย เช่น บทสไปเดอร์แมน พินอคคิโอ รู้สึกเหมือนออกทะเลไปนิดนึง (ความคิดเห็นส่วนตัว)
บทสุดท้ายเขียนเกี่ยวกับหน้ากากเสือ เขียนได้ประทับใจมาก
เล่าเรื่องหน้ากากเสือให้ฟังย่อ ๆ ให้พอนึกออกว่าเขาเป็นใคร มีพื้นเพมาจากไหน ต่อสู้เพื่ออะไร และโยงไปสู่เหตุการณ์จริงในปี 2010 ซึ่งกลายเป็นข่าวครึกโครมทั่วญี่ปุ่น
เหตุการณ์นั้นคืออะไร?
ต้องพลิกอ่านเองถึงจะได้อารมณ์ครับ 🙂
