Book Review

{Book Review} ประทับใจ สี่ภพ (เป่ย-หนาน-ตง-ซี)

ดูเผิน ๆ เหมือนนิยายจีนกำลังภายใน แต่ไม่ใช่ ความจริงคือนิยายไซไฟ (Sci-Fi) ที่ใช้ฉากบู๊ลิ้ม ผมกำลังพูดถึงนิยายเรื่อง ‘สี่ภพ’ ที่เขียนโดยคุณวินทร์ เลียววาริณ นิยายเรื่องนี้มีที่มาที่น่าสนใจ คือเมื่อปี พ.ศ. 2545 คุณวินทร์เขียนบทความลงในมติชนสุดสัปดาห์ว่า ตอนนี้มีนิยายจีนกำลังภายในเรื่องใหม่ที่กำลังมาแรงในฮ่องกง

Read more
Book Review

5 ข้อคิดที่ได้จาก How to be better at (almost) everything

ผมซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะโดนป้ายยาคนป้ายคือ ทอย DataRockie แนะนำเล่มนี้แบบสุดใจ แถมยังเขียนคำนิยมให้อีกต่างหาก หลังอ่านจบมีทั้งประเด็นที่เห็นด้วย และประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ก่อนจะบอกว่าประเด็นที่ไม่เห็นด้วยคืออะไร มาคุยถึงแนวคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ก่อน

Read more
Book Review

ผมเขียนสรุปหนังสือ 50 เล่ม จนได้หลัก 10 ข้อนี้

เราควรเขียนสรุปหนังสือยังไงดี? เขียนเป็นข้อ ๆ เขียนสรุปใจความสำคัญเขียนเฉพาะสิ่งที่ชอบ ผมเองก็ไม่เคยรู้หลักมาก่อน แต่หลังจากเขียนสรุปมาหลายสิบเล่ม คิดว่าเริ่มจับหลักได้ หลักที่ว่ามีอะไรบ้าง มาคุยกัน Note: ทั้งหมดนี้คือความคิดเห็นส่วนตัว อาจถูกหรือผิดในอีกมุมก็ได้ 🙂 [ 1. เขียนเหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง ] การเขียนสรุปคล้ายตอบคำถามเพื่อนว่า “อ่านเล่มนี้แล้วเป็นไง เล่าให้ฟังหน่อย” แปลว่าเรามีเวลาสั้น ๆ อาจจะ 5-10 นาที เพื่อบอกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนเกี่ยวกับอะไร หรือมีอะไรที่เด็ดดวง เขียนในสไตล์เล่าให้เพื่อนฟัง แล้วคิดตามว่าตรงนี้เพื่อนน่าจะสงสัยหรือเปล่า หรือถึงตรงนี้แล้วเพื่อนยังพยักหน้าอยู่หรือเปล่า ถ้าเพื่อนไม่พยักหน้า ใส่มุขตลกบ้างก็ได้ ถ้าไม่ตลกก็ตบเองซะเลยอย่าลืมพกฉาบไปด้วยนะ ผ่าง! 😄 [ 2. เขียนให้ตัวเราในอนาคตอ่าน ] การเขียนสรุปคือการทำโน้ตย่อ คำถาม: ทำโน้ตย่อให้ใคร? คำตอบ: ให้ตัวเราในอนาคต คิดซะว่าเขียนให้ตัวเองในอนาคตอ่าน ดังนั้นสิ่งที่รู้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเขียน ไม่ต้องเขียนเนื้อหาสำคัญทั้งหมด เขียนเฉพาะสิ่งที่เพิ่งรู้ สิ่งที่ประทับใจ หรือมุมที่ไม่เคยมองมาก่อน อาจใส่ความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไปด้วย เช่น ตรงนี้เห็นด้วย ตรงนี้ไม่เห็นด้วยตรงนี้คล้ายกับประสบการณ์ของเราตรงนี้เหมือนหรือขัดแย้งกับหนังสือเล่มอื่น เขียนแบบไม่ต้องเพอร์เฟกต์เพราะถ้าเอาเพอร์เฟกต์สุดท้ายจะไม่ได้เขียน […]

Read more
Book Review

4 สิ่งที่ได้จากการอ่าน The Code Book

ถ้าคุณมี 1 ใน 3 อย่าง ต้องชอบหนังสือเล่มนี้แน่นอน หนังสือที่ว่าคือ The Code Book หรือชื่อไทยว่า ‘ความลับ รหัสลับ’ เป็นหนังสือที่อธิบายแนวคิดและวิธีไขรหัสลับได้อย่างลุ่มลึก รหัสลับที่เราเคยได้ยิน มีในหนังสือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ผู้เขียนปูเรื่องเป็นไทม์ไลน์ ไล่เรียงตั้งแต่รหัสลับช่วงแรก ช่วงกลาง ไปจนถึงรหัสลับสมัยใหม่ ทั้งยังสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์ ที่ชอบมากคือ ไม่ได้แค่บอกว่ารหัสนี้คืออะไร แต่ยังบอกว่ารหัสนี้มีวิธีการสร้างอย่างไร และมีวิธีการถอดอย่างไร ใช่, บอกวิธีถอดรหัสด้วย แถมบอกแบบละเอียด วิธีการเล่าเรื่องมีกลิ่นอายของนิยายนักสืบ คล้ายเป็นการเชือดเฉือนระหว่างผู้สร้างรหัสและนักถอดรหัสว่าใครจะเก่งกว่ากัน ในบางช่วงเวลา ผู้สร้างรหัสเก่งกว่า เพราะรหัสแข็งแกร่งมาก ไม่มีใครแก้ได้ ในบางช่วงเวลา นักถอดรหัสเก่งกว่า เพราะถอดได้ทุกอย่าง จนไม่มีความลับใด ๆ ตลอดทั้งเล่มมีความรู้ใหม่เต็มไปหมด ถ้าให้สรุป บทความนี้คงยาวหลายสิบหน้า เอาเป็นว่าผมจะเลือกที่ชอบมาเล่าให้ฟัง 4 เรื่องละกัน 🙂 [ 1. วิธีไขรหัสไซเฟอร์ ] รหัสไซเฟอร์ (Cipher) คือเข้ารหัสด้วยการขยับตัวอักษรไป n […]

Read more
Book Review

5 ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน ‘สร้างชาติจากศูนย์’

คำตอบมีเพียง 3 พยางค์คือ ลี-กวน-ยู คำถามคือ สิงคโปร์เปลี่ยนจากเกาะเล็ก ๆ ที่มีแต่ยุงกลายเป็นประเทศชั้นนำได้อย่างไร? เราได้ยินเรื่องราวของประเทศนี้บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง ‘สร้างชาติจากศูนย์’ ซึ่งเขียนโดยคุณวินทร์ เลียววาริณ อ่านแล้วรู้สึกว่ามีหลายอย่างที่ไม่เคยรู้ บางอย่างน่าสนใจ บางอย่างไม่เคยเห็นรายละเอียดลึกขนาดนี้มาก่อน ขอบันทึกสรุปไว้เป็นบทความนี้ครับ 🙂 [ 1. สิงคโปร์ไม่ได้อยากเป็นประเทศ ] หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สิงคโปร์เป็นรัฐหนึ่งของมาเลเซีย แต่ด้วยปัญหาด้านเชื้อชาติและอื่น ๆ ทำให้วันที่ 9 สิงหาคม 1965 สิงคโปร์ถูกขับออกมา กลายเป็นประเทศ กลายเป็นเอกราชที่คาดไม่ถึง ลีกวนยู ผู้นำสิงคโปร์ตอนนั้นก็ไม่อยากเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างให้สัมภาษณ์กับนักข่าว เขากล่าวว่า “ผมขอหยุดสักครู่ได้ไหม?” แล้วเขาก็นิ่งไปความรู้สึกท่วมท้นทำให้เขาน้ำตาซึม พูดต่อไม่ได้ “การจะเข้าใจสิงคโปร์ คุณต้องเริ่มจากเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เรื่องนึงก่อน สิงคโปร์ไม่ควรจะดำรงอยู่ เราไม่มีฐาน พื้นที่ เงินทุน นี่เป็นเกาะเล็กนิดเดียว” [ 2. กุนซือของสิงคโปร์ ] แม้ลีกวนยูจะเป็นผู้นำที่เก่งกาจ แต่เขาไม่ใช่ซุปเปอร์แมน จึงต้องมีกุนซือ กุนซือคนหนึ่งของเขามีชื่อว่า […]

Read more
Book Review

{Book Review} ปลาสบการณ์จริง

“ไม่มีอะไรจะสกัดแก่นแท้ของบุคคลได้เท่าบทสนทนา” หนังสือเล่มนี้สะท้อนประโยคข้างต้นได้เป็นอย่างดี เป็นการสัมภาษณ์คุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของร้านอาหารsชื่อดัง โดยคุณนิ้วกลม นักเขียนผู้ผันตัวเป็นพิธีกร (ใช้คำว่า ร้านอาหารs เพราะมีหลายร้าน จึงต้องเติม s 🙂) ผมชอบที่หนังสือคงคำพูดคุณปลาไว้ทั้งหมด อ่านแล้วสัมผัสได้เลยว่าเธออินกับอาหารและใส่ใจรายละเอียดมากแค่ไหน [ ปลาสบ รู้ลึก รู้จริง ] “ค่อย ๆ เข้าใจว่ามันผ่านการลองผิดลองถูก ไม่รู้ว่าต้องจ้างเด็กกี่คน เชฟกี่คน วางครัวยังไง ก็ให้คนครัววาง คนครัวก็ไม่รู้ว่าเรามีเมนูอะไรบ้าง ร้านต้องเปิดแล้วทำไงดี ก็วาง ๆ ไปก่อน ทำไปก่อน สรุปพอเปิดร้าน อ้าว ทำไมเวียนหัวอย่างนี้วะ โพลว์ไม่ได้เลย เวลาครัวออกอาหาร พนักงานก็เดินขวางไปมา” ถ้าไม่ลุยงานเอง ไม่มีทางพูดได้อารมณ์แบบนี้แน่นอน 🙂 [ ปล่านแล้วตื่นเต้น ] ด้วยความที่ถอดคำพูดของคุณปลามาทั้งดุ้น การอ่านจึงให้อารมณ์เหมือนอยู่ในบทสนทนานั้น คล้ายกับเราเป็นคนสัมภาษณ์คุณปลา สิ่งที่อยากถาม สิ่งที่สงสัย คุณนิ้วกลมก็ถามให้หมด ราวกับมีโพยคำถามเราในมือ อ่านแล้วได้แรงหนุน ได้ไฟ ได้ไอเดียในการทำงาน […]

Read more
Book Review

{Book Review} คำถามร้อยบาท กับ คำถามล้านบาท

“หัดใช้ชีวิตให้ช้าลง หัดเป็นคนที่รอได้ อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขตั้งแต่วันนี้” อ่านแล้วเหมือนโดนหมัดฮุค ผมกำลังพูดถึงหนังสือ “คำถามร้อยบาท กับ คำถามล้านบาท” ซึ่งเขียนโดยคุณรุตม์-อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ เจ้าของเพจ Anontawong’s Musings เห็นชื่อหนังสือแวบแรก นึกถึงรายการเกมเศรษฐี พอพลิกอ่านจริง ๆ พบว่าไม่ใช่ เป็นการคุยเปิดมุมมองความคิด ความสุข และการใช้ชีวิต ในรูปแบบเล่าเรื่อง

Read more
Book Review

{Book Review} ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์

ประโยคนี้ไอน์สไตน์ไม่ได้พูด “มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แล้วหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง” ประโยคนี้ไอน์สไตน์ก็ไม่ได้พูด “เมื่อคุณนั่งกับสาวสวยนานสองชั่วโมง คุณจะคิดว่ามันแค่นาทีเดียว แต่ถ้าคุณนั่งบนเตาร้อนหนึ่งนาที คุณจะคิดว่ามันยาวนานสองชั่วโมง” และประโยคเหล่านี้ไอน์สไตน์ก็ไม่ได้พูด “ถ้าคุณไม่สามารถอธิบายให้เด็กหกขวบเข้าใจได้ คุณไม่ได้เข้าใจมันจริง ๆ หรอก” “ถ้าคุณตัดสินปลาจากความสามารถในการปีนต้นไม้ มันจะเชื่อตลอดว่ามันโง่” “ความรู้นิดเดียวเป็นเรื่องอันตราย เช่นเดียวกับความรู้มาก ๆ” ใช่, ประโยคที่เราเห็นบ่อย ๆ ในอินเทอร์เน็ตแล้วลงชื่อว่าไอน์สไตน์ แท้จริงแล้วเขาไม่ได้พูด { แล้วใครพูด? } บางประโยคมาจากนักข่าวที่เขียนถึงไอน์สไตน์ บางประโยคมาจากนักฟิสิกส์คนอื่น บางประโยคไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไอน์สไตน์เลย { แล้วทำไมคนถึงคิดว่าไอน์สไตน์พูด? } อาจเพราะไอน์สไตน์คือสัญลักษณ์ของความเป็นอัจฉริยะ ถ้าบอกว่าไอน์สไตน์พูด ประโยคนั้นจะดูน่าเชื่อถือ { แล้วประโยคใดที่ไอน์สไตน์พูดบ้าง? } ถ้าเป็นประโยคที่เราคุ้นหูก็เช่น “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรู้มีข้อจำกัด จินตนาการวิ่งข้ามโลก” (ประโยคนี้มักถูกตัดทอนเหลือแค่ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้) “โต๊ะตัวหนึ่ง เก้าอี้ตัวหนึ่ง ผลไม้ชามหนึ่ง และไวโอลินตัวหนึ่ง คนเราจะต้องการอะไรอีกเพื่อจะมีความสุข” ผมรู้เรื่องพวกนี้มาจากหนังสือ ‘ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์’ ซึ่งเขียนโดยคุณวินทร์ เลียววาริณ บอกตามตรง […]

Read more
Book Review

{Book Review} The Almanack of Naval Ravikant

ผมโดนป้ายยาครับ คนที่ป้ายคือ ทอย DataRockie แนะนำเล่มนี้แบบสุดตัว “ดีขนาดนั้นเลยหรือ?” รู้ตัวอีกทีหนังสือก็อยู่ในมือ อ่านไปไม่กี่หน้า พบว่าไม่ใช่แค่ดี แต่ ‘มันดีย์มาก’ 🙂 ขอสารภาพว่าผมไม่รู้จักคุณ นาวาล รวีกันต์ มาก่อนเพิ่งรู้จากหนังสือว่า เขาเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง คุณนาวาลไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้เอง แต่เป็นการรวบรวมสิ่งที่เขาเคยโพสต์ในทวิตเตอร์ บทสัมภาษณ์ รวมถึงสิ่งที่คนอื่นเคยอ้างอิง แล้วนำมาร้อยเรียงกัน ผู้เขียนคือคุณเอริก จอร์เกนสัน ขอบอกว่าคุณเอริกมีทักษะการเขียนที่สูงมาก การจะนำสิ่งต่าง ๆ ที่คุณนาวาลเคยพูดมาร้อยเรียงกันนั้นไม่ง่าย แต่คุณเอริกก็สร้างโครง และนำข้อความต่าง ๆ มาสอดใส่ได้อย่างลงตัว หนังสือแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ความมั่งคั่ง และ ความสุข ถ้าให้นำส่วนที่ชอบมาขยาย บทความนี้คงยาวเกิน 10 หน้า ขอคัดเฉพาะส่วนที่ชอบมากละกัน ======= ความมั่งคั่ง ======= [ 1. ความมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องเงินทอง แต่เป็นทักษะที่ใคร ๆ ก็เรียนรู้ได้ ] “ถ้าวันนึงผมสูญเสียเงินทั้งหมด […]

Read more
Book Review

{Book Review} คดีเปลนม

โจทย์: จงเชื่อมโยงเรื่องเหล่านี้เข้าด้วยกัน ดูแล้วไม่น่าจะเชื่อมโยงกันได้เลย แต่คุณวินทร์ เลียววาริณ เชื่อมโยงเรื่องเหล่านี้เข้าด้วยกันผ่านนิยายนักสืบ จริง ๆ ควรเรียกว่านิยายนักสืบอิงประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการเล่าประวัติศาสตร์ผ่านตัวเอกที่เป็นนักสืบ พุ่มรัก พานสิงห์ ได้รับการไหว้วานจากหญิงชรา สมานศรี ให้ตามหาลูกที่หายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เงื่อนงำมีเพียงอย่างเดียว คือยกทรง ซึ่งเขาต้องไปรับที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อกลับถึงไทย พบว่าสมานศรีเสียชีวิตแล้ว เค้าจึงต้องสืบจากผู้ที่มาร่วมงานศพ สมานศรีคนนี้เคยเป็นเสรีไทย รับภารกิจแทรกซึมเข้าไปในค่ายญี่ปุ่นเพื่อสืบข่าว ภายหลังเธอโดนตลบหลังและถูกจับ ลูกของเธอหายไป สุดท้ายเธอหนีรอดมาได้ แต่เธอไม่ทราบข่าวลูกของเธออีกเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เธอจึงไหว้วานพุ่มรักให้สืบหาลูก เพื่อที่เธอจะได้นอนตาหลับ ฉากของเรื่องเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นปีที่เกิดการชุมนุมประท้วงในกรุงเทพฯ ถ้าลิเจียเป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่า ทหารญี่ปุ่นได้นำทองจำนวนมากมาซ่อนไว้ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง เปลนม เป็นศัพท์ในสมัยก่อน แปลว่า ยกทรง หรือ ชุดชั้นใน พอจะเห็น “ด้าย” ที่เชื่อมโยงเรื่องทั้งสี่แล้วใช่ไหมครับ 🙂 นี่คือนวนิยายนักสืบพุ่มรัก พานสิงห์ ชุด 10 ถ้าคุณเคยอ่านเล่มอื่นมาก่อน เชื่อว่าคุณจะรักพุ่มรักมากขึ้น ยังคงความเป็นพุ่มรักอย่างครบถ้วน ทั้งตลก กวนทีน […]

Read more