เราควรเขียนสรุปหนังสือยังไงดี?
เขียนเป็นข้อ ๆ
เขียนสรุปใจความสำคัญ
เขียนเฉพาะสิ่งที่ชอบ
ผมเองก็ไม่เคยรู้หลักมาก่อน แต่หลังจากเขียนสรุปมาหลายสิบเล่ม คิดว่าเริ่มจับหลักได้
หลักที่ว่ามีอะไรบ้าง มาคุยกัน
Note: ทั้งหมดนี้คือความคิดเห็นส่วนตัว อาจถูกหรือผิดในอีกมุมก็ได้ 🙂

[ 1. เขียนเหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง ]
การเขียนสรุปคล้ายตอบคำถามเพื่อนว่า “อ่านเล่มนี้แล้วเป็นไง เล่าให้ฟังหน่อย”
แปลว่าเรามีเวลาสั้น ๆ อาจจะ 5-10 นาที เพื่อบอกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนเกี่ยวกับอะไร หรือมีอะไรที่เด็ดดวง
เขียนในสไตล์เล่าให้เพื่อนฟัง แล้วคิดตามว่าตรงนี้เพื่อนน่าจะสงสัยหรือเปล่า หรือถึงตรงนี้แล้วเพื่อนยังพยักหน้าอยู่หรือเปล่า
ถ้าเพื่อนไม่พยักหน้า ใส่มุขตลกบ้างก็ได้
ถ้าไม่ตลกก็ตบเองซะเลย
อย่าลืมพกฉาบไปด้วยนะ ผ่าง! 😄
[ 2. เขียนให้ตัวเราในอนาคตอ่าน ]
การเขียนสรุปคือการทำโน้ตย่อ
คำถาม: ทำโน้ตย่อให้ใคร?
คำตอบ: ให้ตัวเราในอนาคต
คิดซะว่าเขียนให้ตัวเองในอนาคตอ่าน ดังนั้นสิ่งที่รู้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเขียน ไม่ต้องเขียนเนื้อหาสำคัญทั้งหมด
เขียนเฉพาะสิ่งที่เพิ่งรู้ สิ่งที่ประทับใจ หรือมุมที่ไม่เคยมองมาก่อน
อาจใส่ความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไปด้วย เช่น
ตรงนี้เห็นด้วย ตรงนี้ไม่เห็นด้วย
ตรงนี้คล้ายกับประสบการณ์ของเรา
ตรงนี้เหมือนหรือขัดแย้งกับหนังสือเล่มอื่น
เขียนแบบไม่ต้องเพอร์เฟกต์
เพราะถ้าเอาเพอร์เฟกต์สุดท้ายจะไม่ได้เขียน
เขียนให้ตัวเองอ่าน ยังไงก็กันเอง ไม่ต้องซีเรียส 🙂
[ 3. อ่านให้จบก่อน แล้วค่อยสรุป ]
กฎเหล็กคือ อย่าอ่านไป สรุปไป
เพราะตอนอ่านจะยังไม่รู้ว่าเนื้อหาส่วนใดน่าสนใจหรือสำคัญ
ให้สมองของเราช่วยกรองว่าอะไรสำคัญ เพียงแต่ต้องให้สมองเห็นภาพชัดทั้งหมดก่อน
[ 4. อย่าเปิดหนังสือไปด้วย ]
อย่าเปิดหนังสือตอนเขียนสรุป เพราะถ้าเปิดจะเผลอ ‘ลอก’ โดยไม่ตั้งใจ
แล้วการสรุปนั้นจะเป็นแค่ย่อความ ซึ่ง AI ทำได้ดีกว่า
ถ้าจะเปิดหนังสือ ให้เปิดเพื่อเช็คความถูกต้องเท่านั้น เช่น เช็คตัวเลข หรือเช็คชื่อคน
[ 5. เขียนด้วยภาษาของเรา ]
การสรุปที่ดีที่สุด คือการสรุปที่เขียนด้วยภาษาของเรา
ให้เขียนด้วยภาษาของเรา หรือเขียนจากความทรงจำในหัว
เรียบเรียงเนื้อหาในสไตล์ของเรา ไม่จำเป็นต้องเรียบเรียงตามหนังสือเป๊ะ ๆ
อาจดึงเนื้อหาส่วนกลางขึ้นมาก่อน ตามด้วยเนื้อหาส่วนท้าย แล้วปิดด้วยเนื้อหาส่วนแรกก็ได้
[ 6. อย่าเขียนพรวดเดียวจบ ]
อย่าเขียนรวดเดียวตั้งแต่ต้นจบจบ เพราะมีข้อเสีย 2 ข้อ
1 ตอนเริ่มเขียนจะคิดไม่ออก
2 ลืมเนื้อหาบางส่วน
วิธีที่ผมใช้คือ ให้ลิสต์ไว้ก่อน
อาจลิสต์หัวข้อที่อยากเขียน หรือลิสต์คำสำคัญ (Keyword) ที่เจอในหนังสือก็ได้
จากนั้นก็จัดกลุ่ม ลองนึกว่ามีอะไรลืมไปบ้าง แล้วค่อยลงมือเขียน
อย่าเริ่มเขียนจากย่อหน้าแรก (เพราะจะนึกไม่ออก) ให้เขียนสิ่งที่นึกออกก่อน แล้วค่อยกลับมาเขียนย่อหน้าแรกทีหลัง
อ้อ, พยายามเชื่อมโยงย่อหน้าแรกกับย่อหน้าสุดท้ายให้ได้ เพราะจะหล่อมาก 😄
[ 7. อย่าเขียนแบบนักวิจารณ์ ]
เพราะจุดประสงค์คือการสรุป ไม่ใช่การวิจารณ์
ถ้าสวมหมวกนักวิจารณ์อาจนำมาซึ่งการจับผิด หรือแสดงอีโกโดยไม่ตั้งใจ
ให้เขียนเฉพาะสิ่งใหม่ หรือสิ่งที่ชอบ
ถ้าพบว่าสิ่งที่ชอบมีน้อยมาก ก็ไม่ต้องเขียน เอาเวลาไปอ่านเล่มอื่นดีกว่า
[ 8. โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ]
เพราะเป็น ‘กลเม็ด’ ที่ทำให้เราตั้งใจมากขึ้น
ถ้าเขียนไว้อ่านคนเดียว เราจะเขียนไปงั้น ๆ
ถ้าเขียนให้คนอื่นอ่าน เราจะตั้งใจ
แต่เขียนแล้วอย่าหวังยอดไลก์ เพราะยอดไลก์มาจากอัลกอริธึม และอัลกอริธึมมาจากความสั้น ง่าย หรือฉาบฉวย
การสรุปที่ดีควรลุ่มลึกประมาณนึง ยิ่งอ่านมาก เราจะรู้เองว่าความลุ่มลึกเป็นอย่างไร
เขียนเสร็จแล้ว คุณภาพดีแค่ไหน เราจะรู้ตั้งแต่ก่อนโพสต์ด้วยซ้ำไป 🙂
[ 9. จับเวลาตอนเขียน ]
ควรใช้เวลาเขียนสรุปให้สั้นที่สุด
โดยส่วนตัวแล้วผมตั้งเป้าเขียนให้จบภายใน 1:30 ชั่วโมง
โดยจะแบ่งเวลาเขียนเป็น 2 สลอต สลอตละ 45 นาที
เมื่อเวลาสลอตแรกหมดแล้ว ให้พัก 10-15 นาที แล้วเขียนต่อในสลอตสองให้จบ
คำว่า ‘จบ’ หมายถึงรวมเวลาทำภาพปก และโพสต์ขึ้นโซเชียลมีเดียด้วย
การจับเวลานั้นสำคัญมาก เมื่อก่อนผมไม่เคยจับเวลา สุดท้ายซัดไป 6 ชั่วโมง 😭
อีกส่วนนึงคือ ถ้าเขียนเสร็จเร็ว สมองจะรับรู้ว่าใช้เวลาไม่นาน เวลาเขียนสรุปเล่มต่อไปก็จะไม่อิดออด 🙂
แต่ถ้าใช้เวลาเขียนมากเกินไป สมองจะไม่อยากทำอีกแล้ว 😅
[ 10. การเขียนคือการเรียบเรียงความคิดที่ดีที่สุด ]
ไม่มีเครื่องมือใดอีกแล้วที่จะเรียบเรียงความคิดได้ดีเท่าการเขียน
ถ้าอ่านหนังสือแล้วไม่เขียนสรุป ในไม่ช้าเราก็จะลืม
ต่อให้เขียนแล้ว บางทีก็ลืม
ผมเขียนสรุปมาหลายสิบเล่ม บอกเลยว่าบางเล่มลืมไปด้วยซ้ำว่าเคยอ่าน
แต่เมื่อกลับมาอ่านที่เขียนสรุป ความเข้าใจในตอนนั้นก็จะกลับมา
เขียนเถอะ ยังไงก็ดีกว่าไม่เขียน
แล้วคุณล่ะ?
มีเทคนิคเขียนสรุปยังไงบ้าง ลองแชร์ใต้โพสต์นี้หน่อยครับ 🙂