ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยความเบื่อหน่าย รู้สึกคล้ายวนไปมา
หนังสือพูดถึงอู๋เหวย เล่าถึงพระพุทธเจ้า องคุลีมาล พระเจ้าอโศกมหาราช ขงจื่อ เล่าจื่อ ลื่อท่งปิน
เล่าย้อนตรงนั้น กระโดดมาตรงนี้ กลับไปตรงโน้น ดูสับสนปนเป
ที่ยังฝึนอ่านต่อ เพราะชอบสำนวนการเขียน เหมือนอ่านร้อยกรองในร้อยแก้ว
แต่พออ่านถึงหน้า 223 ซึ่งอยู่ในบทสุดท้าย คล้ายเชื่อมต่อจุดเข้าด้วยกัน เหมือนกับว่าที่อ่านมาทั้งหมด เชื่อมต่อได้ด้วยข้อความเดียว

ข้อความนั้นคือ
‘อู๋’ คือ ความไร้
‘เหวย’ คือ การกระทำ
อู่เหวย จึงมิใช่ การไม่กระทำ
หากคือการหลอมรวมคู่ตรงข้าม
คือ ความไร้ และ การกระทำ
เข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน
อู๋เหวย คือ ‘การลงมือทำ’
โดยไม่เปรียบเทียบ
ไม่แข่งขัน
ไม่ริษยา
ไม่หวังผล
ประกอบกิจการนานา
โดยการลดอัตตาและตัวตน
ไปจนถึงจุดแห่งความไร้
เมื่อไร้อัตตา ไร้ตัวตน
ไร้การเปรียบเทียบ ไร้การแข่งขัน
งานจึงเป็นความสำราญ
เป็นกรรมฐานในทุกกิจการงานที่กระทำ
และเมื่อใดที่ทุกกิจกรรมที่ทำ
กลายเป็นกรรมฐานได้
ไม่ว่าจะเป็นการกวาดลาน ตัดหญ้า
ซักผ้า ล้างจาน ปลูกต้นไม้
งานจะไม่ใช่ภาระอีกต่อไป
อ่านถึงตรงนี้ คล้ายเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียน (คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา) ต้องการจะสื่อ
‘จุด’ ต่าง ๆ ที่ผู้เขียนเคยแต้มไว้ คล้ายถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยไม่ตั้งใจ
คล้ายผ้าดำ ที่มีจุดขาวกระจัดกระจาย แล้วมีเส้นลากโยงจุดเหล่านั้นเข้าด้วยกัน กลายเป็นภาพบางอย่าง
ผมวางหนังสือลงด้วยความอิ่มเอม เข้าใจความยิ่งใหญ่ และเข้าใจว่าถ้าไม่อ่านมา 222 หน้าก็คงไม่ได้ความรู้สึกเช่นนี้
ถ้าคุณอ่านแค่ที่ผมเขียน คุณจะไม่เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่นั้น หรืออาจคิดว่าผมแค่มโนเพ้อพกไปเอง
แต่ถ้าผ่านการอ่านทั้ง 222 หน้า แล้วอ่านหน้า 223 เราจะได้ความรู้สึกเดียวกัน
ขอบคุณคุณภิญโญที่ถ่ายทอดความหมายของคำว่าอู๋เหวย ลึกล้ำและงดงามมากครับ