นี่คือหนังสือประวัติศาสตร์ที่อ่านแล้ววางไม่ลง!
ไม่ใช่กาวติดมือ แต่เพราะเป็นประวัติศาสตร์ที่เขียนคล้ายมีคนเล่าให้ฟัง มีบทพูด มีบทบู๊ มีบทพรรณนา
แค่ย่อหน้าแรกก็ประทับใจแล้ว

กริชกระชับมือ ฝีเท้าไร้สุ้มเสียง ห้องบรรทมของรายาเงียบสงัด ไม่มีผู้ใด เขากำลังจะก้าวต่อไป เมื่อปรากฏทหารยามคนหนึ่ง ชายถือกริชชะงักวูบ ครู่หนึ่งมหารยามก็เดินผ่านไป เขารออีกครู่หนึ่งก็ย่องเข้าไป ใจเต้นระทึก

เฮ้ย! นี่หนังสือประวัติศาสตร์จริงหรือเนี่ย

วันนี้อยากเล่าเรื่องของคนๆนึงให้ฟังครับ
เค้าคนนี้เพิ่งปรากฏตัวได้ไม่นาน แต่ถูกกล่าวขวัญ เป็นที่ฮือฮา สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการ Excel เมืองไทย

ทำไมถึงสร้างความสั่นสะเทือนน่ะหรือครับ?
เพราะสูตรของเค้ามันสุดยอดจนทุกคนอึ้ง

สูตรของเค้าไม่ใช่ Advance แต่เป็น “โคตรของโคตร Advance” เช่น

“อยากแสดงข้อมูลรายเดือน 10 ปีย้อนหลัง ควรทำยังไงดีครับ?”
“ถ้าแสดงด้วยตาราง ตัวเลขก็ดูลายตาไปหมด”
“ถ้าแสดงด้วยกราฟเส้น ก็ต้องสร้างตั้ง 10 กราฟ แถมไม่สวยอีกต่างหาก”

ปัญหานี้แก้ได้ง่ายมากด้วยสิ่งที่เรียกว่า Sparklines

Sparklines ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ
ผู้คิดค้นคือคุณ Edward Tufte หนึ่งในกูรูด้าน Data Visualization

เดิมทีการสร้าง Sparklines ด้วย Excel นั้นไม่ง่ายเลย ต้องเล่นแร่แปรธาตุเยอะมาก
แต่ถ้าสร้างตอนนี้บอกเลยว่าง่ายมากๆ
แค่ 3 คลิก จบ!

ทำยังไงน่ะหรือ?
ดูเทคนิคจากคลิปนี้ได้เลย ^__^

เทคนิคการสร้าง Sparklines

“อยากสร้างกราฟแท่งที่ไฮไลต์ค่า Top 3 แบบอัตโนมัติต้องทำยังไงครับ”
“เช่น ถ้าตัวเลขเดือนกุมภา พฤษภา กรกฎา มีค่าเป็น Top3 ก็ให้ไฮไลต์กราฟสามเดือนนั้นเป็นสีน้ำเงิน เดือนที่เหลือเป็นสีเทา”
“ตอนนี้ผมต้องมานั่งคลิกเปลี่ยนสีทีละแท่ง ทีละแท่ง มันเหนื่อยมากเลยครับ”

คำถามน่าสนใจ และเป็นสิ่งที่ทำได้ใน Excel เพียงแต่ต้องรู้เทคนิคนิดหน่อย
ถ้าเขียนอธิบายเป็นบทความอาจจะเห็นภาพไม่ชัด งั้นทำเป็นคลิปสอนเลยดีกว่า
คลิปนี้เลยครับ !!

แว่บแรกที่เห็นชื่อหนังสือ ผมนึกถึงหนังของคุณจา พนม

เลยเอ่ยปากถามคุณรุตม์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ว่า
“ทำไมถึงตั้งชื่อหนังสือว่า ช้างกูอยู่ไหน?”
“ต้องอ่านเอง ถึงจะรู้ครับ” คุณรุตม์ตอบ อมยิ้ม ส่งสายตามีเลศนัย

หลังจากร่ำลากันแล้ว ผมไม่รอช้า เปิดอ่านทันที
แค่คำนำสั้นๆก็ทำเอาอึ้งแล้ว

“ก่อนอื่นเราต้องมีไม้ที่ดีก่อน เมื่อได้ไม้ที่ดีแล้ว เราก็แกะส่วนที่ไม่ใช่ช้างออกไป”

ผมเงยหน้า หยิบใบเสร็จค่ากาแฟมาคั่น วางหนังสือลง ยกหูถ้วยลาเต้ร้อนขึ้นจิบ แล้วปล่อยล่องลอยความคิด ดำดิ่งห้วงคำนึง …

รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไป 20 นาที
ประโยคเดียวตีความได้มากมายจริงๆ

บทหนึ่งที่ผมชอบมากในหนังสือเรื่อง Sapiens ก็คือบทที่ 19 ว่าด้วยเรื่องของความสุข

ผู้เขียนชวนตั้งคำถามว่า
มนุษย์เราทุกวันนี้ที่มีทุกอย่างพร้อมมูล มีความสุขมากกว่าตอนเป็นพรานป่าในทุ่งหญ้าสะวันนาหรือเปล่า?

การปฏิวัติเกษตรกรรมทำให้พวกเรามีความสุขมากขึ้นจริงหรือเปล่า?

การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้พวกเรามีความสุขมากขึ้นจริงหรือ?