คุณเคยทำเพจในเฟซบุ๊กไหมครับ?
ถ้าเคย ตอนเริ่มทำครั้งแรก คุณฝันว่าจะได้ยอดเพจไลก์เท่าไรครับ?

ถ้าคุณพอมีเวลาสัก 2 นาที ลองฟังเรื่องราวของผมไหมครับ …

ผมเริ่มทำเพจที่ชื่อแปลกหูว่า ‘วิศวกรรีพอร์ต’ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2015
(ที่จำวันได้เพราะวันนั้นเป็นวันกองทัพไทยพอดี ก็เลยจำไม่ลืม)
ตอนเริ่มทำเพจ ผมทำด้วยไฟที่ลุกฮือ ตั้งเป้ายิ่งใหญ่ว่าจะมียอดเพจไลก์ 100,000 !!

ทำไมตั้งเป้าว่าจะมียอดเพจไลก์ 100,000 น่ะหรือครับ?
อาจเป็นเพราะเพจดังที่ผมติดตามอยู่ล้วนมียอดเพจไลก์เกิน 100,000 ทั้งนั้น
ไหนๆก็คิดจะทำเพจแล้ว ผมก็อยากให้เพจดัง มียอดไลก์เป็น 100,000 จะได้เข้าทำเนียบ “เพจเรือนแสน” กับเค้าบ้าง ^^

พอตั้งเป้าหมาย 100,000 ตัวเลข 6 หลัก มันดูยิ่งใหญ่ เรียกพลังได้มากมายเสียจริง
เขียนตัวเลข 100,000 ลงในกระดาษ เลขศูนย์ตั้ง 5 ตัวแน่ะ มันดูเท่มากเลย
ไฟลุกโชนโหมกระหน่ำ กำมือสองข้างเข้าด้วยกัน ดึงศอกลงมา โน้มตัวไปข้างหน้านิดนึง บอกตัวเองดังๆว่า
เราทำได้ เราทำได้ ย๊า !!
มั่นใจสุดๆ
ทั้งที่ตอนนั้นมียอดเพจไลก์แค่ 2 คน คือผมกับภรรยา …

โชคดีที่ผมเริ่มทำบล็อกก่อนหน้าทำเพจ เลยมีหลายบทความเขียนเตรียมไว้แล้ว พอเริ่มทำเพจก็เลยเอาบทความที่เขียนไว้มาโพสต์ และเขียนบทความใหม่ควบคู่ไปด้วย
ช่วงนั้นฟิตมาก เขียนบทความทุกวัน โพสต์ทุกวัน มั่นใจว่าตัวเลข 100,000 ทำได้แน่นอน

ผ่านไป 1 เดือน ลองเดาไหมครับว่ายอดเพจไลก์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร?
3,000?
5,000?
10,000?
.
.
คำตอบคือ 180 T_T
.
แถมส่วนใหญ่มาจากเพื่อนล้วนๆ …

ผมเลยต้องปรับกลยุทธ์ เริ่มรู้สึกว่าคงต้องลงโฆษณาบ้าง ก็เลยลงโฆษณากับเฟซบุ๊ก
แล้วมันก็ได้ผล ตัวเลขพุ่งเป็น
500
1,000
2,000
5,000
10,000 !!
ฮ้า… ได้ 10% จากเป้าหมายแล้ว !
ผมบอกตัวเอง
พร้อมเหลือบเห็นค่าโฆษณาที่สูงกว่ายอดเพจไลก์ …

แล้วผมก็หยุดจ่ายค่าโฆษณาที่ 20,000 บาท ตรงกับยอดเพจไลก์ 18,000 พร้อมกับบอกตัวเองว่า
จ่ายค่าโฆษณาไม่ไหวแล้ว …

อันที่จริง จ่ายไป 20,000 แต่ได้ยอดเพจไลก์ 18,000 ถือว่าคุ้มมากๆ และตอนนั้นผมก็เริ่มเปิดคอร์สสอน เริ่มมีรายได้เล็กๆน้อยๆมาจุนเจือเพจ แต่ผมรู้สึกว่าไม่สนุกกับการโฆษณา การจ่ายค่าโฆษณาทำให้ผมรู้สึกหดหู่ หมดกำลังใจ ไม่มีแรงจะเขียนบทความ

ทำไมน่ะหรือครับ?
เพราะเวลาเฉลี่ยที่ผมใช้เขียนต่อ 1 บทความคือ 5 ชั่วโมง !!
คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ ห้า-ชั่ว-โมง
และตอนนั้นผมมีลูกสาววัย 2 ขวบ ซึ่งเป็นวัยกำลังน่ารัก การแบ่งเวลามา 5 ชั่วโมงเพื่อเขียนบทความ มันแปลว่าเวลาที่มีให้ลูกก็ลดลงไป 5 ชั่วโมงด้วย แถมต้องจ่ายค่าโฆษณาอีก
มันไม่สนุกแล้ว …

ผมตัดสินใจเลิกจ่ายค่าโฆษณาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2015
บอกตัวเองว่าจากนี้ไปเราจะไปถึง 100,000 ด้วยตัวเอง จะไม่พึ่งโฆษณา

จบปี 2015 ยอดเพจไลก์คือ 20,000
หรือพูดง่ายๆคือ 4 เดือนที่ไม่ได้จ่ายค่าโฆษณา ยอดเพจไลก์เพิ่มขึ้นแค่ 2,000
หรือเฉลี่ยเดือนละ 500
ด้วยเรตนี้ กว่าถึงจะเป้า 100,000 ต้องใช้เวลา 15 ปี !!

ดูแล้วน่าท้อมากเลยใช่ไหมครับ …
ผมพยายามมองในแง่ดี คิดว่าผ่านมา 1 ปี ได้ยอดเป็น 20,000 แล้ว เริ่มมีฐานแฟนเพจ ได้ประสบการณ์มากมาย เริ่มรู้แล้วว่าเขียนยังไงคนจะชอบ เขียนยังไงคนจะไม่ชอบ

ผ่านไปอีก 1 ปี หรือก็คือสิ้นปี 2016
ลองเดาไหมครับว่า จาก 20,000 ในปีแรก และปีนี้ไม่มีการโฆษณา ยอดเพจไลก์กลายเป็นเท่าไร?
25,000?
30,000?
35,000?
.
.
คำตอบคือ 60,000 !!
.
ไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ ^__^

ผมวิเคราะห์ (เอาเอง) ว่า เริ่มจับทางได้ว่าควรจะเขียนอย่างไร
คำว่าเขียนอย่างไรไม่ได้แปลว่าต้องเขียนเอา mass อย่างเดียว ถ้าเขียนเอา mass ก็คงเขียนแต่แนวพื้นฐาน ซึ่งสำหรับผมแล้วการเขียนแนวพื้นฐานไม่ค่อยสนุกเท่าไร ผมชอบเขียนบทความที่มีความลึก หรือมีเนื้อหาซับซ้อนมากกว่า
แต่ถ้าจะเขียนแต่เนื้อหาซับซ้อนอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะขนาดของผู้อ่านกลุ่มนั้นเล็กมาก ต้องบาลานซ์ให้พอดีระหว่างบทความซับซ้อนและบทความพื้นฐาน ผมคิดว่าพอหาจุดนั้นเจอนะ

ผ่านไปอีก 1 ปี หรือก็คือสิ้นปี 2017 ลองเดาไหมครับว่ายอดเพจไลก์กลายเป็นเท่าไร?
.
คำตอบคือ 87,000

เหมือนจะขึ้นมาเยอะ แต่ความจริงตัวเลขถึง 80,000 ตั้งแต่กลางปี 2017 แล้ว
แปลว่า ครึ่งหลังของ 2017 ได้เพิ่มเพียง 7,000
ถ้าใครจำได้ ตั้งแต่กลางปี 2017 เฟซบุ๊กเริ่มเปลี่ยนอัลกอริธึ่ม โพสต์อะไรเริ่มไม่ค่อยมีคนเห็น กดไลก์ไม่ได้แปลว่าจะเห็น
กด See First บางทียังไม่เห็นเลย T_T

ปีแรก 20,000
ปีที่สอง 60,000
ปีที่สาม 87,000
ปีที่สี่ เดือนมีนาคม 90,000
(ผมจำได้เลยว่า ตอนถึง 90,000 ดีใจมากกกก…กก (ก ไก่ ล้านตัว) แทบจะปิดซอยเลี้ยง ^^)
ปีที่สี่ เดือนมิถุนายน 95,000
ลองเดาไหมครับว่าสิ้นปีที่ 4 ตัวเลขจบที่เท่าไร?
.
คำตอบคือ 97,000
.
.
แปลว่าครึ่งปีหลังของ 2018 ตัวเลขขึ้นมาเพียง 2,000 จากฐาน 95,000
ใครเริ่มทำเพจครึ่งปีหลังของ 2018 คงมีท้อกันบ้าง โพสต์อะไรไปคนแทบไม่เห็น พอจะกลั้นใจจ่ายค่าโฆษณา เห็นตัวเลขแล้วไม่กล้ากดปุ่ม Boost Post เลย ราคาแพงขึ้นกว่าปี 2015 หลายเท่า
แต่ผมก็ไม่ท้อนะ บอกตัวเองว่า เหลืออีกแค่ครึ่งก้าวก็จะถึงเป้าหมาย 100,000 ที่ฝันไว้แล้ว …

.
.
และแล้วก็มาถึง วันที่ยอดเพจไลก์ทะลุ 100,000
หรือก็คือวันนี้นี่เอง !
(20 มีนาคม 2019)

ผมไม่ได้ตาฝาด ตัวเลขเพจไลก์กลายเป็นเลข 6 หลักแล้ว !!

แน่นอนว่าผมดีใจมาก ^___^

แต่แอบรู้สึกแปลกใจเล็กๆว่าความรู้สึกดีใจมันไม่ได้มากล้นเหมือนที่คาดไว้
คือวันที่ผมมีไฟลุกโชนโหมกระหน่ำ กำมือสองข้างเข้าด้วยกัน ดึงศอกลงมา โน้มตัวไปข้างหน้า บอกตัวเองดังๆว่าเราทำได้ ผมมโนภาพว่าพอถึงวันที่ตัวเลขกลายเป็น 100,000 มันต้องฟินสุดๆ อารมณ์ประมาณเอากำปั้นทุบหน้าอกรัวๆ พร้อมกับตะโกนดังๆว่า ทำได้แล้ว ทำได้แล้ว ฮ่า !!

เอาเข้าจริงมันไม่ได้ถึงขนาดนั้นแฮะ คือดีใจ แต่เป็นอารมณ์ประมาณกำมือขวา ดึงศอกลงมาเล็กน้อย และพูดว่า “เยส” เบาๆ

ผมก็งงกับตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่มาถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้แล้ว ผ่านขวากหนาม ผ่านน้ำตาและหยาดเหงื่อมามากมาย ท้อจนคิดจะเลิกทำไม่รู้กี่ร้อยหน แต่สุดท้ายก็สำเร็จจนได้ มันควรจะดีใจแบบสุดเหวี่ยงสิ

พลันคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่าน (เสียดายจำชื่อหนังสือไม่ได้) เค้าบอกว่าวันที่เราไปถึงฝั่งฝัน เราจะไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นวันสุดวิเศษ แต่มันจะกลายเป็น checkpoint ไปสู่การเดินทางครั้งใหม่
ผมคิดว่า ผมเข้าใจความหมายนั้นแล้วล่ะ …

ขอบคุณมีมี่ ผู้เป็นภรรยาและลมใต้ปีก หอบพัดและผลักดันในวันที่ผมเศร้า กระตุ้นในวันที่ผมท้อ และเตือนในวันที่ผมละเลย

ขอบคุณมิรันและมาวิน ลูกสาวและลูกชายวัยกระเตาะ ผู้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้พ่อได้เสมอ

ขอบคุณภา เพื่อนแท้ที่คอยให้กำลังใจ ถ้าไม่มีภาคอยฉุดรั้ง ผมคงเลิกทำเพจตั้งแต่ 6 เดือนแรกแล้ว

ขอบคุณพี่เปา คุณแบงค์ คุณป้อม คุณเก่ง คุณหญิง และน้องโจ้ ที่สละเวลาเป็นผู้ช่วยสอน และขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆที่มีให้ ผมโชคดีมากๆที่ได้เจอพวกคุณ ^__^

สุดท้ายนี้ขอบคุณแฟนเพจทุกท่านที่ทำให้มีวันนี้ ถ้าไม่ได้การสนับสนุนจากทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น ไลก์ เมนต์ แชร์ กำลังใจผ่านอินบ็อกซ์เมสเซส กำลังใจผ่านอีเมล ไม่มีทางเลยที่จะมาถึงจุดนี้ได้

ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณจริงๆครับ ^/\^


หากคุณชอบบทความแนวนี้ สามารถอัพเดตบทความใหม่ๆโดยคลิก Like เฟสบุ๊คแฟนเพจ วิศวกรรีพอร์ต หรือคลิก ที่นี่

อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านเพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ ^__^