ผมเป็นคนพูดเร็วครับ รัวและเร็ว
เมื่อก่อนเคยคิดว่าจะพูดช้าก็พูดได้ ก็แค่พูดให้ช้าลง แค่นั้น
เอาเข้าจริงกลับทำไม่ได้ แค่พูดให้ช้านั่นแหละ ทำไม่ได้
ตั้งสติ ตั้งสมาธิ พยายามพูดให้ช้าลง แต่ก็ทำไม่ได้
สูดลมหายใจลึก ๆ ผ่อนคลาย ทำใจสบาย ๆ ก็ยังทำไม่ได้
ไม่เกี่ยวกับประหม่า เพราะเวลาอยู่กับเพื่อน ก็พูดช้าไม่ได้
เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังหลายสิบปี จะลองวิธีไหนก็แก้ไม่ได้
แต่วันนี้ ผมคิดว่าพอจะเจอวิธีแก้แล้วล่ะ …
“พูดเร็วเพราะคิดเร็ว” เคยมีคนบอกผมแบบนี้ ซึ่งผมก็เคยเชื่อว่าเป็นแบบนั้น
แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ไม่งั้นคนพูดช้าก็เป็นคนคิดช้าสิ
จริง ๆ แล้วสาเหตุของการพูดเร็วมาจาก ‘ทัศนคติ’ และ ‘ความเคยชิน’

[ 1. อ้าปากแคบ ]
ลองสังเกตสิ คนพูดเร็วจะอ้าปากน้อยมาก บางคนแทบจะไม่อ้าปากเลย
ทำไมไม่อ้าปาก?
อาจมาจากความเชื่อที่ว่า พูดอ้าปากกว้างแล้วหน้าเหี่ยว
อาจมาจากความขี้เกียจ เพราะการพูดอ้าปากกว้างใช้พลังงานมากกว่าอ้าปากแคบ
อาจมาจากความชอบส่วนตัว เช่น เห็นคนทำให้ตุ๊กตาบนบ่าพูดได้แล้วรู้สึกทึ่ง
(จริง ๆ แล้วคนพูดแทน แต่พูดแบบไม่อ้าปาก)
จะอะไรก็แล้วแต่ การไม่อ้าปากทำให้กล้ามเนื้อรอบปากแข็งและเกร็ง
ถ้าปล่อยไว้เรื้อรัง กล้ามเนื้อส่วนนั้นจะตึงจนพูดช้าไม่ได้ (เหมือนผม)
[ 2. กลัวน้ำลายกระเด็น ]
ไม่รู้เพราะเคยโดนเพื่อนล้อว่าน้ำลายกระเด็นหรือเปล่า เวลาพูดผมจะกลัวน้ำลายกระเด็น และกลายเป็นความกลัวฝังหัว
ความกลัวนี้ทำให้ออกเสียงพยัญชนะหลายตัวไม่ชัด เช่น ท ต ส ฉ ช
การออกเสียงพยัญชนะพวกนี้ มีโอกาสที่น้ำลายจะกระเด็น (ถ้าออกเสียงไม่ถูก)
ยิ่งกลัว ยิ่งออกเสียงไม่ถูก กลายเป็นพูดควบคำเพื่อให้ข้ามพยัญชนะพวกนี้โดยเร็ว
สุดท้ายกลายเป็นพูดรัว
[ 3. กลัวปากยื่นปากยาว ]
การออกเสียงพยัญชนะหรือสระบางตัวนั้น จำเป็นต้องทำปากยื่นปากยาว เช่น ว อัว อู
การออกเสียงคำที่มีพยัญชนะหรือสระแบบนี้ จึงจำเป็นต้องยื่นหรือจู๋ปาก
“อย่ามาทำปากยื่นปากยาวนะ” เราคงเคยได้ยินสำนวนนี้ ซึ่งหมายถึงการแสดงอาการไม่พอใจ (ไม่เกี่ยวกับการยื่นปาก) แต่กลายเป็นความเข้าใจผิดฝังหัว คิดว่าการออกเสียงแล้วยื่นปากคือวิธีที่ไม่ถูกต้อง
อีกส่วนนึงคือ การพูดแล้วปากยื่นหรือปากจู๋อาจดูไม่ดี (คิดไปเอง) ก็เลยออกเสียงแบบกั๊ก ๆ จนติดเป็นนิสัย
[ 4. พูดเบา ]
ลองสังเกตสิ คนพูดเร็วจะพูดเบา
อาจเพราะกลัวพูดเสียงดังเกินไปแล้วรบกวนคนอื่น
หรืออาจพูดดังแล้วทำให้เหนื่อย
หรืออาจอยู่ในที่อึกทึก พูดเบาจนชินจนไม่ค่อยได้ยินเสียงตัวเอง
ผมสังเกตตัวเองแล้วพบว่า เวลาอยู่ในรถหรืออยู่ในห้องที่เงียบ จะพูดได้โอเค
แต่ถ้าอยู่ในที่เสียงดัง เช่น ตลาด ร้านอาหาร จะพูดเร็วแบบที่ควบคุมไม่ได้
[ 5. ไม่อยากให้คนอื่นได้ยินเสียงหายใจ ]
ฟังดูตลกนะ แต่ผมคิดอย่างนั้นจริง ๆ
ผมเคยคิดว่า ถ้าให้คนอื่นได้ยินเสียงสูดหายใจเวลาพูดมันดูไม่ดี ก็เลยรีบพูดให้จบประโยคในลมเดียว
ถ้าประโยคสั้น พอจะถูไถได้
แต่ถ้าประโยคยาว ก็จะควบคำเพื่อให้จบประโยคก่อนลมจะหมด
สุดท้ายกลายเป็นความเคยชิน กลายเป็นพูดเร็วทุกประโยค
[ แล้วจะแก้ยังไง? ]
จะพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่มาจากทัศนคติ
ทางแก้คือเลิกคิดแบบนั้น
แต่แค่นั้นไม่จบ เพราะกล้ามเนื้อรอบปากมันแข็งและตึงไปหมดแล้ว
ทางแก้คือต้องทำให้กล้ามเนื้อรอบปากอ่อนตัวลง ซึ่งผมฝึกอยู่ 2 อย่าง
[ วิธีแก้1: บรื้อออ ]
ทำปากเป็ด แล้วพ่นลมให้เกิดเสียง ‘บรื้อออ’ (Lip Trill)
(เหมือนที่เด็ก ๆ ชอบเล่นกันนั่นแหละ)
จุดประสงค์เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบปากนุ่มลง
เทคนิคคือ ค่อย ๆ ปล่อยลมให้เกิดเสียง บรือ ให้ยาวที่สุด (อย่าปล่อยพรวดเดียวจนหมด)
ช่วงแรกถ้ายังทำไม่ได้ ลองเอานิ้วชี้กดแก้มจะทำได้ง่ายขึ้น
ง่ายขึ้นแล้วใช่ไหม 🙂
[ วิธีแก้2: คาบจุกไวน์ แล้วอ่านออกเสียง ]
ด้วยความที่เคยชินกับอ้าปากแคบ ทางแก้คือต้องฝึกให้เคยชินกับอ้าปากกว้าง
หาจุกไวน์ (Cork, คนไทยมักเรียกว่าไม้ก๊อก) มาคาบไว้ในปาก แล้วอ่านออกเสียง
(หาซื้อจุกไวน์ได้จากแอปส้ม ราคาต่อชิ้นประมาณ 6-7 บาท)
ใส่จุกไวน์เข้าไปในปากนิดเดียวพอ (ประมาณ 5 มิลลิเมตร) เอาแค่ฟันคาบได้ หยิบหนังสือดี ๆ มาเล่มนึง แล้วอ่านออกเสียงให้ช้าและชัดที่สุด
อ่านไปสัก 20 วินาทีจะเริ่มมีน้ำลายไหล หมุนจุกไวน์นิดหน่อยแล้วอ่านต่อ
ตลอดเวลาที่อ่าน น้ำลายจะไหล ให้หมุนจุกไวน์ไปเรื่อย ๆ
ถ้าหมุนจนด้านนั้นชุ่มแล้ว เปลี่ยนมาคาบอีกฝั่ง
ถ้าเปลี่ยนมาคาบอีกฝั่งจนด้านนั้นชุ่มไปหมด หยิบจุกไวน์อันใหม่มา แล้วทำแบบเดิม
ทำแบบนี้ให้ได้ 15 นาที จากนั้นให้อ่านออกเสียงโดยไม่คาบจุกไวน์ จะพบว่าออกเสียงได้ชัดแบบที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้
ผมฝึกออกเสียงบรื้อออ (Lip Trill) มาประมาณ 2 ปีแล้ว ฝึกทุกวันและทุกครั้งที่อยู่คนเดียว
แต่ฝึก Lip Trill อย่างเดียวไม่พอ เพราะร่างกายชินกับการอ้าปากแคบ จึงเริ่มฝึกคาบจุกไวน์แล้วอ่านออกเสียง (ผมฝึกวันละ 30 นาที)
ฝึกแบบนี้มาประมาณครึ่งเดือนแล้ว ถามว่าดีขึ้นไหม ก็ยังพูดเร็วเหมือนเดิมแหละ แต่มีบางจังหวะพูดช้าลง (โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในห้องเงียบ) รู้สึกว่ามาถูกทาง
ช่วงแรกก็ตลกตัวเองนะ แต่พอทำติดต่อกันทุกวันเริ่มเห็นผล
ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน แต่จะฝึกแบบนี้ต่อไป ตั้งเป้าหมายว่า ถ้าเจอเพื่อนครั้งหน้าต้องพูดช้าลงจนเพื่อนทักให้ได้ 🙂