คุณคิดว่าการตัดต่อวิดีโอ กับ การทำสไลด์ เหมือนหรือต่างกันยังไงครับ?

ช่วงนี้ผมนั่งตัดต่อวิดีโอทั้งวัน เรียกได้ว่าแทบจะกินนอนบนจอคอมพิวเตอร์ ขณะที่สมองกำลังมึนอึง จู่ๆก็คิดขึ้นมาว่า

การตัดต่อวิดีโอ กับ การทำสไลด์นั้น แท้จริงแล้วเหมือนกันเลย!

ยังไง?

ขออธิบายโดยยกตัวอย่างโปรแกรมที่ผมใช้ละกัน ถ้าเป็นตัดต่อวิดีโอคือ Camtasia Studio ถ้าเป็นทำสไลด์คือ MS PowerPoint

หลักการทำงานของ Camtasia Studio กับ PowerPoint นั้นอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน เครื่องมือต่างๆก็เหมือนกัน อาจต่างที่ชื่อเรียกบ้างนิดหน่อย เช่น

  • Annotations (Camtasia) vs Shapes (PowerPoint)
  • Behavior (Camtasia) vs Animation (PowerPoint)
  • Opacity (Camtasia) vs Transparency (PowerPoint)

ถ้าใครชำนาญ PowerPoint อยู่แล้ว อาจใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง ก็เรียนรู้และใช้งาน Camtasia Studio ได้เลย

ช่วงแรกที่ใช้งานอาจงงนิดนึง เพราะ Camtasia ทำงานในลักษณะของ Timeline หรือภาพเคลื่อนไหว แต่ PowerPoint ทำงานในลักษณะของสไลด์ หรือภาพนิ่ง

การใส่เอฟเฟ็กต์ต่างๆบน Camtasia จึงใส่บนช่วงเวลา เช่น 0:32, 1:44, 3:51 แต่ PowerPoint ใส่บนสไลด์ เช่น Slide1, Slide2, Slide3

ถ้ามองว่า Timeline คือ Slide หรือ Slide คือ Timeline จะพบว่าโปรแกรมทั้งสองนั้นเหมือนกัน การเพิ่มเอฟเฟ็กต์ รูปภาพ ตัวหนังสือ เสียง ก็ใช้หลักการเดียวกัน

งั้นแปลว่า ใครๆก็ใช้ Camtasia ได้?
คำตอบคือใช่
แต่ใช้แล้วคลิปออกมาดีหรือเปล่า นั่นอีกเรื่องนึง

ยังไง?
มันก็เหมือนกับ PowerPoint ที่ใช้เป็นทุกคน แต่สไลด์อาจดีหรือไม่ดี

ทำไม?
เพราะขึ้นกับว่า ตอนเล่าเรื่องหรือทำสไลด์นั้น เล่าในมุมของใคร
เรา คนดู หรือบุคคลที่ 3

ถ้าเล่าในมุมของเรา เราจะคิดแค่ว่า อยากบอกอะไร คนดูควรรู้อะไร แล้วก็พูดๆๆ

แต่ถ้าเล่าในมุมของคนดู มุมจะเปิดกว้างขึ้น ต้องมีสมมติฐานว่า คนดูเป็นใคร มีพื้นความรู้อย่างไร มีปัญหาอะไร ต้องการอะไร

ถ้าเล่าในมุมของบุคคลที่ 3 มุมจะยิ่งกว้าง ต้องตั้งสมมติฐานว่าบุคคลที่3 มองจากระยะใกล้หรือไกล มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเราและคนดู (บริษัทที่ปรึกษา (Consultant) มักเล่าเรื่องจากมุมนี้)

พอตกลงใจแล้วว่าจะเล่าในมุมของใคร ก็ลงมืออัดคลิป

การอัดคลิปนั้นสำคัญมาก เพราะถ้าคลิปดี ลำดับเรื่องราวดี การตัดต่อก็ง่าย
การทำสไลด์ก็เช่นกัน ควรเขียน storyboard ก่อนว่าจะเล่าเรื่อง เรียงลำดับก่อนหลังยังไง
บางทีการหยิบ “ผล” มาเล่าก่อน “เหตุ” อาจสนุกกว่าการบอก “เหตุ” ก่อน แล้วค่อยไป “ผล” ก็ได้
เรื่องพวกนี้ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นกับสไตล์ของแต่ละคน

จากประสบการณ์พบว่า ก่อนจะอัดคลิปให้เขียนคลิปสคริปต์คร่าวๆก่อนว่าจะพูดอะไรบ้าง เรียงลำดับก่อน-หลังยังไง ระหว่างพูดจะเดินเรื่องยังไง

อย่าคิดสด หรือคิดว่าไปตายเอาดาบหน้า เพราะจะได้ตายด้วยดาบนั้นจริงๆ

การทำสคริปต์เป็นเรื่องเสียเวลา?
ใช่ เสียเวลามาก แต่ถ้าไม่ทำสคริปต์เลย จะเสียเวลายิ่งกว่า

คนดูจะมองว่าไม่เป็นธรรมชาติ?
ถ้าไม่เตรียมเลย จะมี air time, dead air เยอะมาก รวมทั้งมีคำประเภท “อ่า” “เอ่อ” “แล้วก็” “นะครับ” เต็มไปหมด ถ้าคิดถึงตัวเองตอนตัดต่อ จะพบว่าเวลาที่ใช้กับการร่างสคริปต์นั้นน้อยกว่าตอนตัดต่อเยอะมาก

ตอนทำสคริปต์ไม่สนุกเลย ข้ามไปได้ไหม?
ถ้าทำคลิปแล้วไม่มีคนดู มันจะไม่สนุกยิ่งกว่า

พออัดคลิปเสร็จ ก็ถึงเวลาตัดต่อ ถ้าเทียบเป็น PowerPoint ก็คือการตกแต่งสไลด์

เรื่องพวกนี้ในทางเทคนิคแล้วไม่ยากเลย ลากๆมาใส่ ปรับนู่นนั่นนี่ จบ !

ถ้าจะยาก ยากตรงที่ว่าควรมีอะไรตรงไหน ค้างไว้กี่วิ แล้วออกไปตอนไหนนั่นแหละ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าเรื่องเครื่องมือไม่ใช่ปัญหาเลย มีให้ใช้มากมาย
ถ้าจะมีปัญหา คือมีให้ใช้เยอะไป จำไม่ได้ เลือกไม่ถูก ^^

สิ่งสำคัญคือ ความใส่ใจ จังหะเข้า-ออกของเอฟเฟ็กต์ต้องเป๊ะ ไม่ใชว่าเสียงในคลิปพูดไปนู่น แต่ยังไฮไลต์ตัวหนังสือค้างอยู่

หรือบางทีกำลังพูดบิวต์อารมณ์ให้คิดตาม จู่ๆมีตัวหนังสือโผล่มาเฉลยเร็วไป 2 วินาที

ผมไม่รู้ว่าคนอื่นทำอย่างไรจึงหาจังหวะได้เหมาะ แต่ผมหาจังหวะแบบแมนวลล้วนๆ ถ้าจะมีเทคนิค ก็มีแค่ 2 อย่างนั่นคือ

1 ดู Wave Form ของคลิปเสียง

การขึ้น-ลงของคลิปเสียง ช่วยบอกได้ว่า ควรเข้าหรือออกตอนไหน แต่ก็บอกได้คร่าวๆ ต้องทดลองดูว่าจังหวะมันพอดีหรือเปล่า

2 ใช้ Keyboard Shortcut ช่วย

ช่วงแรกที่ผมใช้ Camtasia ผมใช้เมาส์เป็นหลัก พบว่าช้ามากกกกกกก
อาจเป็นเพราะยังไม่คุ้นว่าเครื่องมือนั้นนี้อยู่ตรงไหน กว่าจะหาเจอ กว่าจะคลิกเมาส์ กว่าจะลากมาใส่ ก็เสียเวลาไปเยอะ

พอรู้ว่ามี keyboard shortcut จึงเริ่มจำ และพบว่าทำให้เร็วขึ้นเยอะมาก

Keyboard Shortcut ที่ใช่บ่อยๆ เช่น

  • Shft+A: Custom Zoom & Pan
  • N: Insert Annotations (Shape)
  • O: Insert Behavior (Animation)
  • T: Insert Transition
  • B: Insert Media Bin
  • U: Insert Cursor Effect
  • D: Adjust Audio Effect
  • C: Insert Caption (Subtitle)
  • S: Split
  • Alt+Mouse: Add Duration
  • Ctrl+Scroll Mouse: Zoom In & Zoom Out
  • Ctrl+X: Cut
  • Ctrl+S: Save
  • Alt+F+A: Save As

อันที่จริงแล้วโปรแกรมมีบอก Keyboard Shortcut ทั้งหมด แถมยังปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ
ไปที่ Edit/ Preference หรือง่ายกว่านั้นคือกด Ctrl+, (comma) เรียกดู Keyboard Shortcut ทั้งหมดได้เลย ^_^

อัดคลิปแล้ว ตัดต่อคลิปแล้ว ก่อนจะปล่อยจริง หา “หนูทดลอง” ก่อน

ผมมักให้ภรรยาเป็นหนูทดลอง (ฮา) นั่นคือให้แฟนดูก่อนว่าโอเคไหม ใส่นู่นใส่นี่เยอะไปหรือเปล่า ถามความเห็นก่อนโพสต์จริง

หรือถ้าเป็นคลิปแรกๆ ผมโพสต์จริงในเพจเลย แล้วเก็บฟีดแบ็กจากคนดูว่าโอเคไหม มีคอมเมนต์อะไรหรือเปล่า จุดที่เรากังวลเค้าเห็นหรือเปล่า เค้าเห็นบางจุดที่เรามองไม่เห็นหรือเปล่า

คลิปแรกๆ ยอมเปิ่น ยอมอาย ยอมโดนด่าบ้าง สิ่งสำคัญคือการได้ทำ

แม้จะไม่ดี ไม่วิร์ค คนดูแล้วบ่น ดูแล้วด่า แต่เราก็ภูมิใจ

เราได้ทดลอง เราได้ทำ เราได้เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว

เอาเข้าจริงการทำคลิปมันก็สนุกดีนะ คุณว่ามั๊ย ^__^

.

หมายเหตุ: ผมเขียนบทความนี้เพื่อบันทึกประสบการณ์และเตือนตัวเอง

.
หากคุณชอบคลิปหรือเนื้อหาแบบนี้ สามารถอัพเดตคลิปและบทความใหม่ๆโดยคลิก Like เฟซบุ๊กแฟนเพจ วิศวกรรีพอร์ต หรือคลิก ที่นี่

อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนดูเพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ ^__^