“จะหอบอะไรไปเยอะแยะ”
“ชาวบ้านเค้ามีแค่โน้ตบุ๊กเครื่องเดียว”
เพื่อนผมชอบแซวเวลานัดเจอ

เวลาไปสอน ผมจะหอบอุปกรณ์ไปเยอะมาก
อุปกรณ์ทั้งหมดยัดใส่กระเป๋าลากและเป้สะพายหลัง น้ำหนักรวมกันน่าจะเกิน 15 กิโลกรัม 😱
ถามว่าทำไมต้องหอบไปเยอะแยะ คำตอบคือใช้ทุกชิ้น และทุกชิ้นคือทุกชิ้นจริง ๆ
[1. Microphone Headset]
เวลาไปสอนตามบริษัทต่าง ๆ บางที่มีไมโครโฟนให้ แต่บางที่ไม่มี
ถึงมีก็เป็นไมโครโฟนแบบปกติ ต้องใช้มือนึงถือ แต่ผมสอนคอมพิวเตอร์ ถ้ามือนึงถือไมค์แล้ว คงพิมพ์มือเดียวไม่สะดวก
ผมจึงซื้อไมโครโฟนแบบสวมครอบศีรษะ (Shure DH5T/O-MTQG) แม้ราคาจะแพง (15,000 บาท) แต่คุณภาพดีกว่าไมโครโฟนทั่วไปแบบเห็นได้ชัด
นอกจากไมโครโฟนแล้ว ต้องซื้อเซ็ตอุปกรณ์ต่อไมโครโฟนด้วย (Transmitter, Receiver, Adapter)
ผมซื้ออุปกรณ์เซ็ตนี้ (Shure BLX, ราคาประมาณ 13,000 บาท) คุณภาพสัญญาณดี แต่เสียตรงไมโครโฟนที่มีมาให้ค่อนข้างหนัก ใส่นาน ๆ แล้วเจ็บหู
จึงต้องซื้อไมโครโฟนเพิ่มราคา 15,000 นั่นแหละ 😅
[2. ลำโพง]
เวลาไปสอนตามบริษัทต่าง ๆ บางครั้งไม่มีอะไรให้เลย ไม่มีแม้แต่ลำโพงขยายเสียง
ผมมีเซ็ตไมโครโฟนส่วนตัวแล้ว แต่ถ้าไม่มีลำโพงก็ไม่มีประโยชน์ จึงต้องซื้อลำโพงด้วย
ด้วยความที่บางครั้งสอนห้องใหญ่ จึงซื้อลำโพงตัวใหญ่ (Mackie FreePlay)
ตอนซื้อราคาค่อนข้างแพง (15,000 บาท) แต่ใช้มา 7 ปีแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่
ปัญหาคือน้ำหนักนี่แหละ หนักใช่เล่นเลย 😅
[3. Elgato Stream Deck]
การสอนไม่ต่างจากการไลฟ์สด ด้วยความที่ผมสอนคนเดียว ทุกอย่างจึงต้องเร็วและง่าย
ผมใช้ Elgato Steam Deck เพราะเซ็ตให้เป็น Macro Keyboard ได้
ขั้นตอนบางอย่างที่ต้องทำทุกครั้ง (บนคอมพิวเตอร์) ก็เซ็ตให้เป็นอัตโนมัติโดยการกดปุ่มเดียว
การเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ก็ทำได้โดยการกดปุ่มเดียว
แถมยังใส่ซาวนด์เอฟเฟกต์ได้ด้วย 🙂
ผมชินกับการสอนโดยใช้ซาวนด์เอฟเฟกต์ไปซะแล้ว ถ้าสอนโดยไม่มีซาวนด์เอฟเฟกต์ คงสอนไม่ได้แล้วล่ะ 😅
[4. Audio Mixer]
ด้วยความที่บางครั้งต้องสอนแบบไฮบริด นั่นคือต้องสอนแบบออฟไลน์และออนไลน์พร้อมกัน การทำให้เสียงออกที่ลำโพงและที่โปรแกรม MS Teams พร้อมกันจึงเป็นเรื่องท้าทาย
Audio Mixer คือคำตอบ
ผมเลือกใช้ Mackie M-Caster Studio แม้ราคาค่อนข้างแพง (ประมาณ 15,000 บาท) แต่ผลที่ได้ถือว่าคุ้ม 🙂
ที่ชอบคือปรับความดัง-เบาของไมโครโฟนและซาวนด์เอฟเฟกต์แยกกันได้ ตรงนี้มีประโยชน์มาก เพราะผมเปลี่ยนสถานที่สอนแทบทุกครั้ง การปรับความดังให้อิสระจากกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ
[5. จอมอนิเตอร์แบบพกพา]
ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะซื้อจอมอนิเตอร์แบบพกพา (จอแยก) แต่พอซื้อแล้วพบว่าขาดไม่ได้
การมีจอแยกเป็นประโยชน์กับการสอนมาก โดยผมจะใช้จอแยกนี้เป็นจอหลัก แล้วใช้จอโน้ตบุ๊กเป็นจอเสริม (จอโน้ตบุ๊กคือภาพที่ส่งไปยังโปรเจกเตอร์ (หรือจอทีวี))
เหตุที่ใช้จอแยกเป็นจอหลัก เพราะทุกครั้งที่เปิดไฟล์ จะได้ขึ้นมาที่จอนี้ก่อน (ไม่ขึ้นที่โปรเจกเตอร์) ผมจะเลือกได้ว่าจะลากมาแสดงผลที่จอโน้ตบุ๊กหรือไม่
เมื่อใช้จอโน้ตบุ๊กเป็นจอเสริม ก็เลือกให้ไม่แสดง Taskbar ด้านล่าง ทำให้มีพื้นที่หน้าจอมากขึ้นด้วย 😊
[6. เมาส์ปากกา]
เวลาสอนผมมักจะวาดรูป หรือเขียนข้อความประกอบแบบสด ๆ เสมอ
(เขียนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรม ZoomIt)
แม้ทำได้โดยการใช้เมาส์ แต่เชื่อเถอะว่าไม่ถนัดหรอก 😭
การใช้เมาส์ปากกา (Pen Mouse) ทำให้เขียนสะดวกกว่าเยอะมาก
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ เมาส์ปากกาที่ผมใช้ (Wacom Intuos) มักมีปัญหากับกับโปรแกรม ZoomIt บางครั้งจะเขียนไม่ติด หรือค้างไปเลยก็มี 😅
แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ขาดเมาส์ปากกาเวลาสอนไม่ได้แล้วล่ะ 🙂
[7. Pointer]
เมื่อห้าปีก่อน ผมซื้อพอยท์เตอร์ Logitech Spotlight ด้วยอารมณ์ล้วน ๆ
การซื้อด้วยอารมณ์ในวันนั้น กลับส่งผลดีจนถึงวันนี้ 🙂
บางบริษัทมีห้องอบรมที่ดีมาก สามารถต่อภาพจากโน้ตบุ๊กขึ้นจอทีวีได้พร้อมกัน 3 จอ แต่ปัญหาคือถ้าใช้เลเซอร์พอยท์เตอร์แบบธรรมดาจะชี้ไม่ติด เพราะแสงจากเลเซอร์พอยท์เตอร์ไม่สว่างพอ
หรือต่อให้ชี้ติดก็ขึ้นแค่จอเดียว
แต่ถ้าใช้ Logitech Spotlight เมื่อชี้แล้วจะขึ้นพร้อมกันทั้ง 3 จอ!
(เพราะมีโปรแกรม Logitech Presentation ช่วย)
ถ้าสอนแบบไฮบริด พอชี้ที่จอก็เห็นพร้อมกันทั้งคนที่เรียนแบบออฟไลน์และออนไลน์ เป็นอะไรที่สะดวกมาก 😊
[8. USB Hub]
ด้วยความที่ผมอุปกรณ์เยอะ แม้จะเชื่อมต่อเมาส์แบบบลูธูทแล้ว แต่พอร์ตเชื่อมต่อที่คอมพิวเตอร์มีให้ก็ไม่เพียงพอ
ผมจึงซื้อ USB Hub เพื่อให้เชื่อมต่อได้ทุกอุปกรณ์ และพบว่ามีข้อดีที่คาดไม่ถึง
ข้อดีที่ว่าคือลดความระโยงระยางของสายได้เยอะมาก โดยเฉพาะสาย HDMI ซึ่งมักมีขนาดใหญ่
เดิมทีการต่อสาย HDMI ต้องเชื่อมกับพอร์ตด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผมวาง Elgato Stream Deck
พอจะกด Stream Deck ทีไร ก็ติดสาย HDMI ทุกที เป็นอะไรที่ชวนหงุดหงิด
แต่พอมี USB Hub จึงเอาสาย HDMI มาเชื่อมต่อ และวางไว้ด้านหน้า ความเกะกะก็หายไป 🙂
[9. ปลั๊กพ่วง]
ถ้าผมใช้อุปกรณ์แบบเต็มสตรีม ต้องการรูเสียบปลั๊ก (Socket) 4 รู
ห้องอบรมของบางบริษัทไม่ได้เตรียมปลั๊กพ่วงให้วิทยากร กลายเป็นว่าผมแย่งรูเสียบปลั๊กของผู้เข้าอบรมโดยไม่ตั้งใจ ผู้เข้าอบรมต้องสลับกันชาร์จโน้ตบุ๊ก เป็นอะไรที่อายและจำฝังใจจนถึงทุกวันนี้ 😭
ตั้งแต่นั้นมา ผมจึงพกปลั๊กพ่วงไปสอนด้วยเสมอ และพบว่าได้ใช้เกือบทุกงาน 🙂
[10. สายสำรอง]
ผมเตรียมสาย (Cable) สำรองไปด้วยเสมอ
ไม่ว่าจะเป็น สาย XLR (สายเสียง), สาย USB-C, หรือแม้กระทั่งสาย HDMI
ใช่, ผมเตรียมสาย HDMI ไปสอนด้วย!
เพราะเคยเจอห้องอบรมที่ไม่มีสาย HDMI เตรียมให้ ต้องไปขอยืมกันวุ่นวาย (เรื่องจริงนะ)
หรือบางครั้ง สาย HDMI ที่เตรียมให้ก็สั้นเกินไป
ผมจึงเตรียมสาย HDMI ไปด้วย (ความยาว 3 เมตร) และได้ใช้งานจริงหลายครั้งเลยนะ
ด้วยความที่อุปกรณ์เยอะและหนัก โชคดีที่มีกระเป๋าลาก ช่วยแบ่งเบาได้เยอะ
แต่มีครั้งนึงต้องสอนที่ชั้นสี่ และไม่มีลิฟต์…
บอกเลยกล้ามขึ้น 😅
แม้จะบ้าหอบฟาง แต่ได้ใช้ฟางทุกเส้นเลยนะ 😊
เตรียมพร้อมดีมาก สุดยอดเลย