ประทับใจ(อีกครั้ง) คลินิกแว่นตาออร่า

“ร้านไฮโซแบบนี้ แอบชาร์จแพงหรือเปล่าครับ” ผมแซว
“ร้านเราขายถูกกว่าร้านอื่นอีกค่ะ” พนักงานยิ้ม

สายตาของผมน่าจะยาวเพิ่มขึ้นครับ เวลาเจอตัวหนังสือเล็ก ๆ รู้สึกเบลอ โฟกัสไม่ค่อยได้

คือผมเป็นคน 3 สายตา สั้น ยาว เอียง ครบจบในคนเดียว
แถมสั้นเยอะด้วย (หมายถึงสายตานะ)

จริง ๆ ก็ปล่อยไว้ได้แหละ แต่กลัวจะยาวเพิ่มขึ้น คงต้องไปวัด (สายตานะ ไม่ใช่วัดที่มีพระ 😄)

ตอนแรกกะไปวัดที่ร้านแว่นแถวบ้าน แต่ผมมีปัญหาด้านสายตา คิดว่าไปร้านเฉพาะทางเลยดีกว่า

คิดอยู่นานว่าจะไปที่ไหน นึกได้ว่าเมื่อสามปีก่อนเคยไปคลินิกแว่นตาออร่าแล้วประทับใจ ปัญหาคือร้านอยู่ไกลไปนิดนึง (ซอยรามคำแหง 53)

“เอาวะ ไปก็ไป” ผมตัดสินใจ

ผมเกือบขับเลยซอยรามคำแหง 53 เพราะปากซอยแคบมาก

เป็นซอยที่ขับรถค่อนข้างยาก ถนนแคบ แถมต้องขับหลบคน
(อ่านไม่ผิดหรอก ต้องขับรถหลบคนที่เดินกลางถนน)

ร้านอยู่ในซอยลึกนิดนึง พอชะลอเตรียมจะเลี้ยวขวา จู่ ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์แซงปาดทางขวาซะอย่างนั้น
ถ้าผมเลี้ยวเร็วกว่านี้ 1 วินาที รับรองว่าชนแน่นอน

ร้านอยู่ในโครงการหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้) ข้อดีคือจอดรถง่าย ที่จอดรถเยอะมาก (แสตมป์จอดรถฟรีที่ร้านได้)

เปิดประตูปุ๊ปก็โดนเตะจมูกทันที
ที่เตะไม่ใช่คน แต่คือกลิ่น

กลิ่นน้ำหอมที่ร้านชัดมาก เป็นกลิ่นผลไม้ ออกแนวน้ำผึ้ง
แม้เตะจมูก แต่รู้สึกสดชื่นนะ 🙂

“สวัสดีค่ะ คุณบิวใช่ไหมคะ” ผมยังไม่ได้แจ้งชื่อเลย
(น่าจะเดาจากเวลาที่จองไว้)

ผมไม่ได้มาที่ร้านสามปีแล้ว แวบแรกที่เห็น ร้านยังคงไฮโซเหมือนเดิม ไฟสว่างทั่วร้าน เปิดเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ

จำได้ลาง ๆ ว่าเมื่อก่อนเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง ตอนนี้ขยายเป็น 3 ห้องแล้ว แถมมีสองชั้น
เป็นร้านแว่นที่ใหญ่มาก

ด้วยความที่ร้านใหญ่ จึงแบ่งพื้นที่เป็นหลายโซน ทั้งโซนเลือกกรอบแว่นตา โซนวัดสายตา โซนรอรับแว่น และโซนร้านตัดผม (โซนนี้เด็ด เดี๋ยวเล่าให้ฟัง 😊)

“เรามาวัดสายตาเลยดีไหมคะ”

ผมถูกพาไปห้องวัดสายตาที่ชั้นสอง ในห้องมีเครื่องมือหลายตัว

นักทัศนมาตรที่วัดสายตาให้ผมเป็นผู้ชาย ชื่อน้องจ๊อบ

การวัดสายตาของที่นี่ไม่ใช่แค่ถามว่าตัวหนังสือที่เห็นคืออะไร แต่เช็คละเอียดกว่านั้นมาก เช่น

– ภาพที่หนึ่ง กับ ภาพที่สอง ภาพไหนรู้สึกชัดกว่า
– ตัวหนังสือทางซ้าย กับตัวหนังสือทางขวา ฝั่งไหนชัดกว่า
– เส้นแนวนอน กับ เส้นแนวตั้ง เส้นไหนชัดกว่า

วัดจนผมเบลอ เริ่มงงว่าอันไหนชัดกว่า 😅

“หนึ่งกับสอง อันไหนชัดกว่าครับ” น้องจ๊อบถาม
“เอ่อ.. ผมลืมหนึ่งไปแล้ว ขอหนึ่งใหม่ได้ไหมครับ” ผมตอบอาย ๆ
“ได้เลยครับ”

น้องจ๊อบใจเย็นและสุภาพมาก ถ้าเป็นผมน้องเค้า คงใจเย็นไม่ได้ครึ่ง

หลังจากลังเลว่าจะเลือกเลนส์ยี่ห้อใด สุดท้ายผมเลือก Nikon เพราะเคยใช้แล้วชอบภาพที่ได้ สีสวยดี 🙂

เสร็จจากฐานแรก มาฐานสอง เป็นเครื่องวัดวงแหวนครึ่งวงกลม คล้าย ๆ ยานอวกาศในเรื่องสตาร์ วอร์ส

วงแหวนเคลื่อนตัวขึ้น-ลงในแนวดิ่ง น่าจะวัดการมองเห็นให้ตรงกับระดับความสูงของผม

เสร็จจากฐานสอง มาฐานสาม เลือกกรอบแว่น

ผมไม่ชอบการเลือกกรอบแว่นเลย คือตั้งแต่เด็กเคยเลือกหลายครั้งแล้วไม่เวิร์ก ก็ต้องทนใส่ทั้งอย่างนั้น ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะบ้งอีกหรือเปล่า

ผมถูกพามาโซนนึง ตั้งชื่อ (เอง) ว่าโซนร้านตัดผม เพราะตกแต่งเหมือนร้านตัดผมจริง ๆ

น้องพนักงานผู้หญิงเข้ามาแนะนำตัว บอกว่าเป็นสไตลิสต์ จะมาช่วยเลือกกรอบแว่นที่ตรงกับสีผิวและรูปหน้า

น้องพาผมไปตรงเก้าอี้ตัดผม นำผ้าคลุมตัดผมมาพันคอ เปิดไฟ แล้วเริ่มกระบวนการเลือกสี

ตั้งแต่เทียบว่าผมเหมาะกับสีเงินหรือทอง ไปจนถึงการเลือกพาเลตสี

พาเลตสีในที่นี้แบ่งเป็น 4 แบบ คือ Spring, Summer, Winter, Autumn

ผลจากการเลือก พาเลตที่เหมาะกับผมคือ Summer เป็นสีแนวพาสเทล

แล้วน้องพนักงานก็นำแผ่นพาเลตที่มีสีเหล่านั้นให้ผมดู

“ใช้กับการเลือกเสื้อผ้าได้ด้วยนะคะ”
“ผมขออนุญาตถ่ายรูปไว้ได้ไหมครับ”
“ถ่ายได้ค่ะ แต่เดี๋ยวหนูนำพาเลตอันใหม่มาให้ นำกลับบ้านได้เลยค่ะ”

แล้วน้องสไตลิสต์ก็ช่วยเลือกกรอบแว่นที่เหมาะกับผม ลองใส่แล้วมองในกระจก แม้จะไม่ค่อยชัด (เพราะสายตาสั้น) แต่รู้สึกมั่นใจนะ 🙂

“เดี๋ยวเรามาวัดสายตากันต่อนะคะ”
“เอ่อ.. ยังไม่เสร็จอีกหรือครับ?” ผมถาม
“ยังค่ะ ต้องวัดตำแหน่งของดวงตาบนกรอบแว่นที่เลือกด้วยค่ะ”

ผมถูกพามายังฐานที่สี่ มาร์กตำแหน่งของดวงตาลงบนกรอบแว่นที่เลือก
มีเครื่องสแกนม่านตา (คล้าย ๆ หนังสายลับ) ตรวจสอบตำแหน่งของดวงตา

“ต่อไปเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับ” น้องจ๊อบกลับมาอีกครั้ง
“หา! ยังไม่เสร็จอีกหรือครับ?”
“ยังครับ เดี๋ยวจะเป็นการทดสอบ sensitivity ว่าสายตาคุณลูกค้ามีความไวแค่ไหน จะได้ปรับเลนส์ให้เหมาะครับ”

ผมถูกขอให้ยืน มองไปที่ไอแพดซึ่งอยู่ห่างประมาณหนึ่งเมตร มองหาตัว E แล้วบอกว่าตัว E ชี้ไปทางไหน (ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง)

ตั้งแต่ฐานแรกจนถึงฐานสุดท้าย ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
(อ่านไม่ผิดหรอก สองชั่วโมง)

วัดละเอียดมว๊ากกก…

“ถ้าได้แว่นแล้ว เดี๋ยวทางร้านจะโทรไปแจ้งนะคะ”
“ผมขอเข้าห้องน้ำได้ไหมครับ” ผมอยู่ที่ร้านนานจนปวดฉี่
“ห้องน้ำอยู่ชั้นสองนะคะ เดี๋ยวหนูพาขึ้นไป”

พอเปิดประตูเข้าไป นึกว่าห้องน้ำโรงแรมห้าดาว คือไฮโซระดับนั้นเลยล่ะ

“ร้านไฮโซแบบนี้ แอบชาร์จแพงหรือเปล่าครับ” ผมแซว
“ร้านเราขายถูกกว่าร้านอื่นอีกค่ะ” พนักงานยิ้ม

มันจะเป็นไปได้ไง?

มาลองคิดดู ก็เป็นไปได้ เพราะร้านอยู่รามคำแหง 53 แถมเข้าซอยลึก ถ้าขายแพง ร้านคงเจ๊งไปหลายปีแล้ว

ผมรู้ว่าแว่นตาเป็นธุรกิจที่มีมาร์จินสูง แต่ร้านค้าลดราคามากไม่ได้ เพราะถูกเจ้าของแบรนด์คุม สิ่งที่แข่งขันกันคือบริการและรายละเอียดปลีกย่อย

และร้านนี้ก็ลงรายละเอียดปลีกย่อยทุกเม็ดจริง ๆ

ด้วยความที่สายตาสั้นตั้งแต่เด็ก ผมจึงเข้า-ออกร้านแว่นเป็นสิบร้าน ถามว่าชอบร้านไหนมากสุด คำตอบคือร้านนี้

แม้จะมาเป็นครั้งที่สองแล้ว ยังคงประทับใจ
ถ้ามีครั้งหน้า ก็จะมาที่ร้านนี้อีกครับ 🙂

วิศวกรรีพอร์ต

คนธรรมดาผู้มีประสบการณ์ทำงานหลากหลายตำแหน่ง คลุกคลีกับการทำรีพอร์ตมาโดยตลอด สุดท้ายค้นพบแนวทางของตัวเอง จึงอยากแบ่งปันเคล็ดลับและประสบการณ์ให้กับผู้สนใจ

One thought on “ประทับใจ(อีกครั้ง) คลินิกแว่นตาออร่า

  1. สรุปแว่นอันหนึ่งราคาถึงหมื่นไหมครับ (โดยทั่วไป) ครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.