“พ่อ ๆ หนูอยากเป็น Nobody”
“ทำไมล่ะลูก?”
“เพราะ Nobody is perfect” แล้วเธอก็หัวเราะ
ผมหัวเราะตาม ก่อนจะนิ่งไป แล้ววนเวียนกับความคิดนั้นตลอดทางกลับบ้าน
เรากำลังไล่ล่าเพื่อเป็น Somebody โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า
ในวันที่ลูกอยากเล่นด้วย เสียงตอบกลับคือ “พ่อยุ่งอยู่” หรือ “ขอพ่อทำงานก่อน”
เมื่อประสบความสำเร็จ เราจะมีเวลาให้ เราเชื่อเช่นนั้น
แต่เมื่อวันนั้นมาถึง กลับพบว่ารอบข้างมีเพียงความว่างเปล่า…
นี่อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของ Nobody is perfect
การเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จัก แต่มีเวลาให้คนที่รัก อาจเป็นความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง
ข้อความข้างต้นมาจากหนังสือเรื่อง ‘The Life Lecture’ ซึ่งเขียนโดยอาจารย์นภดล ร่มโพธิ์

หนังสือแบ่งเป็น 50 บท บทนี้คือบทที่ 49 ซึ่งเป็นบทที่ผมประทับใจมากที่สุด
แต่ละบทยาวเพียง 4-5 หน้า หนังสือเล่มเล็ก ขนาดฟอนต์ใหญ่กำลังดี รู้ตัวอีกทีก็อ่านจบแล้ว (อ่านจบในวันเดียว)
ด้วยความที่อาจารย์นภดลเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย (ธรรมศาสตร์) น่าจะได้รับคำถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตจากนักศึกษามาไม่น้อย รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทชั้นนำ น่าจะได้รับคำถามเกี่ยวกับการทำงานมากมาย
ผมเดา (เอาเอง) ว่าอาจารย์น่าจะพบว่าหลายคำถามน่าสนใจหรือคล้ายกัน จึงรวบรวมและเรียบเรียงจนกลายเป็นหนังสือเล่มนี้
อารมณ์ในการอ่านคล้ายพบอาจารย์นั่งในโรงอาหาร เราจึงรวบรวมความกล้าขอปรึกษาสั้น ๆ อาจารย์เงยหน้าขึ้น ยิ้มให้ กวักมือ แล้วพูดว่า “ว่ามาเลย”
อาจารย์พยักหน้าตามเป็นระยะ เมื่อฟังจบยังไม่ตอบทันที แต่ถามกลับ เช่น
“สิ่งที่กังวลเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้หรือเปล่า”
“สิ่งนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของเราหรือไม่”
“ในเรื่องนั้นมีความโชคดีซ่อนอยู่หรือไม่”
อาจารย์ช่วยวิเคราะห์ แยกแยะ หรือชี้บางมุมที่เราอาจมองข้ามไป
สุดท้ายอาจยังไม่ได้คำตอบ แต่เราพอจับทางได้ว่าควรทำอะไรต่อไป
ส่วนตัวมองว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนอายุ 20-35 ที่กำลังค้นหาตัวเองหรือตอบคำถามอะไรบางอย่าง
จุดที่ตะหงิดเล็กน้อยคือ แต่ละบทสั้นเกินไป คล้ายรีบดึงให้จบ ยังมีจุดที่นำไปขยี้ หรือยกเรื่องราวประกอบได้อีกมากมาย
หรืออาจเป็นความตั้งใจของผู้เขียนเอง ที่อยากให้แต่ละบทสั้น กระชับ เน้นให้แนวทาง แล้วให้ผู้อ่านคิดต่อ
อ่านจบแล้วกลับมาสแกนเร็ว ๆ อีกครั้ง รู้สึกว่าหนังสือถูกเรียบเรียงได้ดี
ที่ประทับใจมากคือบทสุดท้ายและบทรองสุดท้าย
บทรองสุดท้ายผมเล่าให้ฟังแล้ว
ส่วนบทสุดท้าย คุณต้องอ่านเองครับ 🙂