มีทั้งโหมดเซียน โหมดปกติ และโหมดเอกเขนก
ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึงเก้าอี้สุขภาพ Bewell รุ่น Embrace Plus



[โหมดเซียนคืออะไร?]
โหมดเซียนคือโหมดทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูง
ถ้าเป็นงานของผมคือ งานเขียนโค้ด เขียนสูตรคำนวณ หรือร่างพรีเซนเตชัน (ดราฟต์แรก)
หนังสือแนวพัฒนาตัวเองเรียกงานพวกนี้ว่า Deep Work แต่ผมชอบการ์ตูนเรื่องนารูโตะ นินจาคาถา เลยเรียกว่า ‘โหมดเซียน’ เพราะสื่ออารมณ์ได้ดีกว่า 😊
งานพวกนี้ต้องใช้สมาธิจดจ่อสูง การจะจดจ่อแบบนี้ได้ ต้องนั่งหลังตรง 90 องศา และต้องปรับความกว้างที่วางแขน (Armrest) ให้แคบพอดีกับคีย์บอร์ด
ผมซื้อเก้าอี้สุขภาพมาหลายตัว แต่ไม่มีรุ่นใดที่ตอบโจทย์
[ทำไม?]
เพราะเก้าอี้สุขภาพทั่วไปมักถูกออกแบบให้เอนประมาณ 110 องศา (เพื่อให้นั่งสบาย)
ปรับความกว้างของที่วางแขนไม่ได้ (เพื่อให้ลุกเข้า-ออกสะดวก)
การออกแบบนี้ไม่ตอบโจทย์กับโหมดเซียน เพราะสุดท้ายเราก็จะนั่งหลังตรงโดยไม่พิงพนัก และขยับมือมาพิมพ์คีย์บอร์ดโดยไม่ใช้ที่วางแขน
กลายเป็นมีพนักพิงก็เหมือนไม่มี มีที่วางแขนก็เหมือนไม่มี
แล้วเราก็จะค่อย ๆ โน้มตัวลงเข้าหาจอ ยกศอกและไหล่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว โรคออฟฟิศซินโดรมจึงถามหา
สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับเก้าอี้ Embrace Plus เพราะมีโหมดเซียน



แต่.. โหมดเซียนก็มีข้อเสีย
[ทำไม?]
เพราะโหมดเซียนต้องใช้พลังสมองสูง รวมทั้งต้องนั่งหลังตรง แม้เก้าอี้จะถูกออกแบบมาดีเพียงใด แต่นั่งไปสักพักจะเกิดอาการเกร็ง (โดยไม่ตั้งใจ) และสมองจะเริ่มล้า
จากที่ผมทดลองมาสองอาทิตย์ พบว่าวันนึงควรใช้โหมดเซียนประมาณ 1 ชั่วโมง หรือเต็มที่สุด ๆ คือ 2 ชั่วโมง ถ้านานกว่านั้นจะรู้สึกล้า ตึง
ผมจึงใช้โหมดเซียนช่วง Prime Time ซึ่งช่วงไพร์มไทม์ของผมคือ 8:30 – 10:00 น. หลังจากนั้นจะออกจากโหมดเซียนแล้วเปลี่ยนอิริยาบท เช่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือยืดกล้ามเนื้อ
พักประมาณ 10-15 นาที กลับมานั่งทำงานต่อ แต่เปลี่ยนโหมด
[พักแล้วทำไมไม่เข้าโหมดเซียนต่อ?]
ผมลองแล้วพบว่าไม่เวิร์ก
คือโหมดเซียนเป็นโหมดที่ต้องใช้พลังงานสูงจริง ๆ ถ้าเข้าสู่โหมดเซียนช่วงที่สอง (เช่น 10:15 – 11:45 น.) ร่างกายจะล้ามาก กลายเป็นประสิทธิภาพช่วงบ่ายจะตกอย่างเห็นได้ชัด
รวมทั้งการเข้าสู่โหมดเซียนจำเป็นต้องปรับความกว้างที่วางแขน
เมื่อออกจากโหมดเซียน ผมจะปรับที่วางแขนให้กว้างตามปกติ เพื่อให้ลุกได้สะดวก การปรับที่วางแขนจึงคล้ายเป็นสัญญาณบอกว่าเราจะออกจากโหมดเซียนแล้ว
เมื่อออกจากโหมดเซียน สมองจะไม่อยากกลับเข้าไปอีก (มันล้าจริง ๆ นะ 😅) แต่เราต้องทำงานต่อ นั่นจึงเป็นที่มาของโหมดที่สอง ‘โหมดปกติ’
[โหมดปกติคืออะไร?]
โหมดปกติคือโหมดที่นั่งทำงานได้ทั้งวัน เหมาะกับงานที่ไม่ต้องเค้นสมาธิสูง
ถ้าเป็นเคสของผมคือ งานตอบอีเมล งานเอกสาร ปรับแต่งพรีเซนเตชัน (ดราฟต์สอง) รวมทั้งเรียนออนไลน์
งานพวกนี้ใช้สมาธิ แต่ไม่ต้องเค้นสมาธิสูงเหมือนกับโหมดเซียน จึงไม่ต้องปรับเก้าอี้ให้ตั้งตรง 90 องศา
เก้าอี้ Embrace Plus มีโหมดให้ปรับพนักพิงให้เอนได้เล็กน้อย นั่นคือเอนประมาณ 100 องศา ซึ่งผมพบว่าเป็นองศาที่ตอบโจทย์คนทำงาน
ตามหลักการยศาสตร์แล้ว เราควรนั่งให้เอนเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่เกร็งจนเกินไป
เก้าอี้สุขภาพส่วนใหญ่จึงถูกออกแบบให้เอน แต่เอนมากไป (ประมาณ 110 องศา) ซึ่งผมมองว่าเยอะเกิน การเอนเยอะจะลดความตื่นตัวของสมอง (สำหรับผม)
แต่เก้าอี้ Embrace Plus ถูกออกแบบมาให้เอนแบบพอเหมาะ นั่งสบาย คงความตื่นตัว และยังปรับความกว้างของที่วางแขนได้เหมือนเดิม
เวลาเข้าสู่โหมดนี้ ผมจะปรับที่วางแขนให้กว้างขึ้น เพื่อให้ลุกเข้า-ออกได้ง่าย แต่ไม่ปรับให้กว้างสูงสุด เพราะความกว้างสูงสุดไม่เหมาะกับการพิมพ์
ถ้าใช้โหมดนี้ ผมนั่งได้ทั้งวันเลยนะ 😊
บางวันถ้าไม่มีงานที่ต้องเค้นสมาธิ ผมจะใช้แต่โหมดปกติ ไม่ใช้โหมดเซียนเลย (ก็โหมดเซียนมันเหนื่อยนี่นา 😅)
แต่.. ไม่ว่าจะโหมดไหน การนั่งนาน ๆ ก็ไม่ดี ควรลุกขึ้นมาเปลี่ยนอิริยาบททุก 1-2 ชั่วโมงนะครับ 🙂
ถ้าใช้โหมดเซียนถึงประมาณ 10 โมงเช้า ผมจะใช้โหมดปกติจนถึงประมาณห้าโมงเย็น จากนั้นอาจจะเปลี่ยนโหมด
[ทำไม?]
เพราะช่วงนั้นร่างกายจะเริ่มล้า ผมจึงกันไว้ให้พัก
ช่วงนี้ถ้าไม่ออกไปวิ่ง ผมจะเรียนออนไลน์แนว soft skill (ที่ไม่ต้องเขียนโค้ด) ดูรีวิวสินค้าที่สนใจ หรือดูคลิปในยูทูบ
ผมเรียกโหมดนี้ว่า ‘โหมดเอกเขนก’ เพราะเป็นโหมดสบาย ๆ ไม่ต้องพิมพ์ หรือถ้าพิมพ์ก็น้อยมาก
โหมดนี้ไม่จำเป็นต้องนั่งหลังตรง ควรปรับเอนจนรู้สึกสบาย
ผมจะปรับเก้าอี้ให้เอนเยอะ ๆ (ขึ้นกับความจดจ่อ) รวมทั้งปรับความกว้างของที่วางแขนให้กว้าง ๆ เพื่อจะได้ลุกเข้า-ออกสบาย

แต่.. โหมดนี้เป็นโหมดที่ผมใช้น้อยที่สุด
[ทำไม]
เพราะผมรู้สึกว่าการปรับเก้าอี้บ่อย ๆ เป็นการเพิ่มแรงเสียดทานทางจิตวิทยา แถมยังเป็นการเพิ่มขั้นตอนให้ชีวิต
โหมดที่ผมใช้ประจำคือ โหมดปกติ
แต่ถ้าวันไหนวางแผนว่าจะทำ deep work ก็จะปรับเป็นโหมดเซียนประมาณ 1 ชั่วโมงครับ 🙂
นอกจากปรับเอน-ตรงได้แล้ว จุดเด่นอีกข้อของเก้าอี้ Embrace Plus คือเบาะ
เบาะถูกออกแบบให้เหมาะกับการนั่งทุกอิริยาบท ไม่ว่าจะเป็นโหมดเซียน โหมดปกติ หรือโหมดเอกเขนก
ถ้าสังเกตจะพบว่าเบาะมีความเว้าช่วงก้นกบและแฮมสตริง (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง)
ไม่ว่าจะนั่งโหมดใด เบาะก็รองรับทั้งหมด
แถมยังนั่งสบาย ไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป เพราะวัสดุที่ใช้ทำเบาะคือ memory foam
(ใช่, วัสดุที่ใช้ทำหมอนสุขภาพราคาแพงนั่นแหละ)




[มีข้อเสียไหม?]
ข้อเสียที่แอบตินิดนึงคือ เบาะรองคอปรับสูง-ต่ำได้น้อยเกินไป
เวลานั่งโหมดเซียน ขนาดปรับให้สูงสุดแล้ว ก็ยังรองรับต้นคอได้ไม่พอดี (ผมสูง 177 เซนติเมตร)
หรือผมอาจจะเป็นคนสันหลังยาวก็ได้ แต่ไม่ขี้เกียจนะ
เอ.. หรือจะขี้เกียจ 😁
(ถ้าสูง 160-172 เซนติเมตร ไม่น่ามีปัญหา)
อีกส่วนนึงคือเบาะ แม้จะนั่งสบาย แต่ถ้าไม่เปิดแอร์ นั่งไปสักพักจะมีเหงื่อซึมช่วงต้นขาด้านหลังนิดหน่อย
ถ้าเปิดแอร์ ปัญหานี้ไม่เกิดเลย
แต่ผมเปิดแอร์ทั้งวันไม่ไหว เปลือง 😅
ถ้าเทียบกับเบาะเก้าอี้อื่น ๆ เบาะรุ่นนี้ก็ยังดีกว่า
เบาะหนัง ยังไงก็ระบายอากาศสู้เบาะรุ่นนี้ไม่ได้
เบาะแบบมีรูตะแกรง อาจระบายอากาศดีกว่า แต่นั่งไปนาน ๆ ก็เมื่อย
ทุกอย่างมีข้อดี-ข้อเสีย
งั้นเปิดแอร์ละกันเนอะ 😁
โดยรวมแล้วชอบมาก นี่คือเก้าอี้ทำงานที่หามานาน 🙂
ราคาแอบสูงเล็กน้อย ประมาณ 25,000 บาท (ขึ้นกับโปรโมชันในช่วงเวลานั้น ๆ)
สินค้ารับประกัน 3 ปี
สนใจ สั่งซื้อจากลิงก์นี้ได้เลย https://bit.ly/46tomYw
หรือถ้าให้ดี ผมแนะนำให้ไปลองที่ Bewell Ergonomic Space ก่อน ที่นั่นมีนักกายภาพบำบัดคอยแนะนำท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง รวมทั้งแนะนำเก้าอี้ที่เหมาะกับเรา มีเก้าอี้ให้ลองเป็นสิบรุ่นเลย
ลองแล้วจะได้รีพอร์ตสรุปการนั่งที่เหมาะกับสรีระเรา
ควรนั่งสูงแค่ไหน ปรับที่รองแขนสูงเพียงใด ควรห่างจากจอกี่เซนติเมตร สรุปให้หมดเลย!
นัดจองกับนักกายภาพบำบัดได้ที่ลิงก์นี้ https://bit.ly/48seOPt
กรอกโค้ด BEWEENG23 เพื่อเข้ารับบริการได้ฟรี! (ปกติมีค่าบริการ 1,000 บาท/ครั้ง)
ไปลองก่อนดีกว่า สินค้ามีราคา ซื้อมาจะได้ถูกใจ
เนอะ😊