เมื่อผมโดน ‘ขโมย’ เสียง

ผมโดน ‘ขโมย’ เสียงครับ
เสียงหายไป 5 วัน หายไปในระดับที่พูดไม่ได้
พยายามแค่ไหนก็มีแต่ลม ตามมาด้วยไอโขลก

ด้วยอาชีพวิทยากร เสียงจึงสำคัญเทียบเท่าขาของนักฟุตบอล
แม้จะเรียนการใช้เสียงมาแล้ว แต่ไม่วายเจ็บคออยู่เนือง ๆ

ที่ผ่านมาพอรับมือได้ แต่ครั้งนี้ไม่ไหว
ตื่นมาแล้วคอแห้ง แสบคอ เสียดทุกครั้งที่กลืนน้ำลาย

ถ้าเป็นวันอื่นคงไม่เป็นไร แต่วันนั้นมีงานสอน ต้องสอน 6 ชั่วโมง แถมสอนสองวันติด
The show must go on ผมแบกคอไปสอนทั้งอย่างนั้น

แม้จะประคองจนจบสองวันได้ แต่ก็สะบักสะบอม

รุ่งขึ้น ผมตื่นแล้วพบว่า เสียงหาย
คือหายแบบพูดไม่ได้เลย!
ถ้าฝืน เสียงจะเหมือน ‘กอลลัม’ ในหนังเรื่อง The Lord of the Rings

“My precious!”
ใช่, แบบนั้นเลย 😅

ผมพบตัวเองที่แผนกหู คอ จมูก (ENT)
คุณหมอส่องคอแล้วพบว่าไม่เป็นอะไร เพียงแดงเล็กน้อยเท่านั้น

คุณหมอจึงใช้กล้องแบบพิเศษ สอดลึกเข้าไปในคอเพื่อดูเส้นเสียง พบว่าเส้นเสียงอักเสบ
แถมมี ‘ตุ่ม’ ขึ้นมาด้วย

ผมถามคุณหมอว่า คอไม่เป็นอะไร แต่ทำไมเส้นเสียงอักเสบ

“กรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมา เส้นเสียงจึงอักเสบค่ะ”

กรดไหลย้อนขึ้นมาถึงคอได้ด้วยเหรอ?

คุณหมอบอกว่าเป็นอาการที่พบได้ แต่ไม่บ่อย ถามต่อว่ามีพฤติกรรมอะไรที่กระตุ้นการหลั่งกรดหรือเปล่า เช่น

  • กินเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด
  • กินอาหารแล้วเข้านอน
  • ดื่มแอลกอฮอล์

ผมเป็นคนกินเผ็ดไม่ได้ จึงไม่ชอบอาหารรสจัด
ผมกินข้าวเย็นเร็ว เสร็จไม่เกินหนึ่งทุ่ม
และเลิกดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นสิบปีแล้ว

ใช่, ไม่มีอะไรที่น่าจะกระตุ้นได้เลย

คุณหมอจึงสั่งงดใช้เสียง 3 วัน และจ่ายยาลดกรดชื่อ Rabeprazole 20 mg
โดยให้กินวันละ 2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นปริมาณ (Dose) ที่สูงกว่าผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารเสียอีก
รวมทั้งให้กินยากาวิสคอน (Gaviscon) วันละ 4 ครั้ง

ถ้าใครเคยกินยาพวกนี้จะรู้เลยว่า ราคาไม่ถูก 😅

ผมงดใช้เสียงอย่างเคร่งครัด ปรากฏว่าเสียงยังไม่ดีขึ้น
ยังดีที่งานสอนอาทิตย์ถัดไปถูกเลื่อนกระทันหัน ถือเป็นความโชคดีในโชคร้าย

ผมมีนัดกับคุณหมอในอาทิตย์ถัดไป คุณหมอแนะนำให้ลองปรึกษาแผนกทางเดินอาหาร

“หมอแนะนำให้ส่องกล้องนะครับ” คุณหมอแผนกทางเดินอาหารกล่าวจริงจัง

ผมพบตัวเองถูก ‘กล้องสายยาง’ สอดจากคอ ผ่านหลอดอาหาร ทะลวงถึงกระเพาะ
รู้สึกอึดอัด แต่ต้องเก็บอาการ
ถึงจะป่วยแต่ต้องมีมาดนิดนึง..

“กระเพาะอาหารอักเสบนะครับ มีแผลด้วย หมอแนะนำให้กินยาต่ออีกสักระยะ”

ผมงงว่ากระเพาะอักเสบได้ยังไง

พอนึกย้อนดู อาการแสบคอมีมาพักใหญ่แล้ว แต่ตอนนั้นไม่ทันเอะใจว่ามาจากกรดไหลย้อน คิดว่ามาจากการใช้เสียงมากเกินไป

ลองสำรวจพฤติกรรม ว่ามีอะไรกระตุ้นการหลั่งกรดได้บ้าง
คำตอบที่พอจะเป็นไปได้คือ ‘กาแฟ’

ใช่, กาแฟนี่แหละ

ผมเป็นคนดื่มกาแฟดำ (Espresso, Lungo) วันละ 2-3 แก้ว
บางวันง่วงจัด ซัดไป 4 แก้วก็มี

เพิ่งทราบว่ากาแฟกระตุ้นการหลั่งกรด โดยเฉพาะการดื่มตอนท้องว่าง

และใช่, ผมมักดื่มกาแฟหลังตื่นนอน ดื่มตอนท้องโล่งโจ้งเลย

ผมทนปล่อยให้ตัวเองเป็น ‘กอลลัม’ ไม่ได้ จึงงดกาแฟหนึ่งเดือน พบว่าอาการเส้นเสียงอักเสบหายไป
ตอนนี้เสียงกลับมาเป็นปกติ

ยังฟันธงไม่ได้ว่ากาแฟคือสาเหตุหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ คือคงดื่ม 2-3 แก้วแบบเดิมไม่ได้

จึงตั้งกฎกับตัวเองว่าจะดื่มวันละหนึ่งแก้ว และห้ามดื่มตอนท้องว่าง
ถ้าอยากดื่มแก้วที่สองจริง ๆ ต้องเปลี่ยนเป็นกาแฟดีแคฟ (Decaf) หรือกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน

จริง ๆ งดกาแฟก็ดีนะ ประหยัดค่ากาแฟไปไม่น้อย
แต่ค่ายานี่สิ แพงกว่าค่ากาแฟเยอะเลย 😅

วิศวกรรีพอร์ต

คนธรรมดาผู้มีประสบการณ์ทำงานหลากหลายตำแหน่ง คลุกคลีกับการทำรีพอร์ตมาโดยตลอด สุดท้ายค้นพบแนวทางของตัวเอง จึงอยากแบ่งปันเคล็ดลับและประสบการณ์ให้กับผู้สนใจ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.