{Book Review} ชีวิตที่ดี

ผมมี 2 คำถามครับ

[1. คุณชอบหนังสือเหล่านี้หรือไม่?]

อยู่กับก๋ง
ช่างสำราญ
ความสุขของกะทิ

ถ้าใช่, มีแนวโน้มสูงที่คุณจะชอบหนังสือเล่มนี้

[2. คุณเคยอ่านหนังสือของคุณวินทร์ เลียววาริณ เกิน 3 เล่มหรือไม่?]

ถ้าใช่, คุณซื้อหนังสือเล่มนี้ได้เลย

====================

สำหรับผม ‘ใช่’ ทั้งสองข้อ

[มาดูที่ ‘ใช่’ แรกก่อน]

ผมอ่านเรื่อง ‘อยู่กับก๋ง’ แบบโดนบังคับ เพราะเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยเรียนประถม
แต่เป็นการโดนบังคับที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน

ส่วน ‘ช่างสำราญ’ และ ‘ความสุขของกะทิ’ ซื้อเพราะชอบความ “เย็น” ของตัวหนังสือ

เล่มนี้ก็เช่นกัน
เล่าถึงชีวิตของคุณวินทร์ เน้นเรื่องราวในวัยเด็กสมัยอยู่หาดใหญ่

แม้คุณวินทร์จะอายุห่างจากผม 24 ปี เติบโตคนละจังหวัด แต่หลายอย่างที่เขียน มีภาพโพล่งขึ้นในหัว ไม่ว่าจะเป็น

ตู้กับข้าว
หั่มช้อยกอน (อาหารจีนประเภทหนึ่ง)
บุหรี่ตราแมวดำ

คุณพ่อของคุณวินทร์เป็นชาวจีนโพ้นทะเล คุณปู่ (และคุณตา) ของผมก็เช่นกัน

ลองคำนวณคร่าว ๆ คุณพ่อของคุณวินทร์และคุณปู่ของผมน่าจะอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน อาจเพราะแนวคิดของหนุ่มชาวจีนในสมัยนั้น ยอมละชีวิตมาตายเอาดาบหน้าในเมืองไทย ทุ่มหมดหน้าตัก แม้หน้าตักนั้นจะมีเพียงเสื่อและหมอนใบเดียวก็ตาม

อ่านเรื่องราวชีวิตวัยเด็กของคุณวินทร์ ช่างคล้ายกับเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ฟังในวัยเด็ก ต่างกันเพียงรายละเอียดของสถานที่

แต่ถ้าเป็นเรื่องวัฒนธรรม เช่น ความสุขในวันตรุษจีน การกินข้าวที่เน้นข้าวไม่เน้นกับ (เพราะไม่มีเงินซื้อกับข้าว) การอาบน้ำโดยตักจากตุ่ม แทบจะถอดกันมา

ความลำบากของชาวจีนในสมัยนั้น แม้ไม่ถึงอดมื้อกินมื้อ แต่ต้องประหยัดทุกบาททุกสตางค์ ซื้อก๋วยเตี๋ยวราดหน้าห่อเดียวแล้วผสมข้าวแบ่งกันกินทั้งบ้าน อยากดูทีวีแต่ไม่มีให้ดู ต้องไปมุงดู (แบบไม่ได้รับเชิญ) จากบ้านข้าง ๆ

ถ้ามองจากคนนอก ชีวิตของพวกเขาลำบาก
แต่ในมุมมองของเขา เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ยังมีความสุขตามประสาเด็ก ยังรู้สึกตื่นเต้นตอนเห็นอุลตราแมน (จากทีวีบ้านข้าง ๆ )

อารมณ์การอ่านจะเย็น ๆ มีอมยิ้มเป็นระยะ 🙂

[มาดู ‘ใช่’ ที่สองกันบ้าง]

ผมอ่านงานของคุณวินทร์หลายสิบเล่ม ที่บ้านผมมีตู้หนังสือส่วนหนึ่งกันไว้เก็บหนังสือของคุณวินทร์โดยเฉพาะ

หนังสือที่ผมชอบมากที่สุดคือ ‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ เพิ่งรู้ว่า ‘ตุ้ย พันเข็ม’ มีต้นแบบมาจากเหตุการณ์ปล้นร้านทองในหาดใหญ่ ตำรวจที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามจับผู้ร้ายครั้งนั้นมียศจ่า ชื่อตุ้ย และเป็นคนที่ยิงปืนแม่นมาก

(ตอนอ่านถึงตอนนี้ อึ้งนะ ไม่คิดว่าจ่าตุ้ยจะมีต้นแบบมาจากคนจริง แถมชื่อตุ้ยอีกต่างหาก 😄)

หนังสือที่เคยอ่านแล้วรู้สึกทึ่งมากคือ ‘ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล’
(แค่ชื่อก็งงแล้ว)

ที่มาของชื่อคือ หลังบ้านคุณวินทร์จะมีสนามฟุตบอล (ของการรถไฟฯ) เนื่องจากหาดใหญ่ฝนตกบ่อย หลายครั้งที่ฝนตกน้ำแล้วท่วมสนามฟุตบอล ปลาต่าง ๆ เช่น ปลาช่อน ปลาหมอ ปลาไหล ก็เอ่อจากแหล่งน้ำข้าง ๆ มาว่ายในสนามฟุตบอล

พออ่านเล่มนี้ทำให้เห็นภาพสนามฟุตบอลนั้นชัดขึ้น ทำให้รู้ว่าไม่ใช่เป็นแค่สนามฟุตบอล แต่ยังเป็นที่ให้ชาวบ้านเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ เป็นที่ขายของร้านรถเข็น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้าน แถมวันดีคืนดียังพบถุงยางอนามัย (ใช้แล้ว) อีกต่างหาก!

หรือแม้แต่รถเบนท์ลีย์ ที่คุณวินทร์มักใช้เป็นมุขเรื่องความร่ำรวย ก็เพิ่งรู้ว่าเป็นรถของเจ้านาย สมัยคุณวินทร์ทำงานที่สิงคโปร์
(เจ้านายคนนี้ใจดีและรวยมาก เวลาลูกน้องแต่งงาน มักให้ยืมรถเบนท์ลีย์ไปรับส่งเจ้าสาว)

ด้วยความที่เป็นแฟนหนังสือของคุณวินทร์ ผมจึงคาดหวังว่าเล่มนี้จะเป็นอัตชีวประวัติของคุณวินทร์ แต่เปล่าเลย มีเรื่องของคุณวินทร์น้อยมาก

ถ้าจะมีก็เป็นเรื่องในวัยเด็ก เห็นสมุดพกของคุณวินทร์สมัยเรียนประถม เห็นรูปถ่ายประปราย เห็นวิถีชีวิตของลูกชาวจีนในสมัยนั้น (คุณวินทร์เกิดปี พ.ศ. 2499)

แต่ถ้าคาดหวังว่าจะรู้เรื่องราวส่วนตัวของคุณวินทร์ เช่น มีพี่น้องชื่ออะไร เจอภรรยาได้ยังไง มีลูกตอนไหน ขอบอกว่าคุณจะไม่เห็นในหนังสือเล่มนี้เลย

แม้แต่เรื่องดรามาที่คุณวินทร์เคยเจอตอนทำงานเป็นนักเขียน คุณวินทร์ก็ไม่หยิบมาเล่าซักตัว

คาดว่าเป็นความตั้งใจของคุณวินทร์เองที่ไม่เขียนถึง ซึ่งก็ได้อธิบายตั้งแต่บทนำแล้วว่า เรื่องที่คิดว่าจะไม่เขียนเลยก็คือประวัติของตัวเอง
(อาจต้องการความเป็นส่วนตัว และไม่อยากพาดพิงบุคคลใด ๆ )

แต่หลังจากประวัติของคุณวินทร์ถูกบิดเบือนไปมาก จึงคิดว่าควรจะถ่ายทอดด้วยตัวเอง และอยากบันทึกเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลในหาดใหญ่สมัยนั้น

จึงไม่น่าแปลกที่ 70% ของหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องราวของคุณชีวิตวินทร์ในวัยเด็ก

แอบเสียดายเล็กน้อยว่า ถ้าหยิบเรื่องราวของคุณวินทร์ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนมาทำงานในสายโฆษณา การเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเขียนเต็มตัว และเรื่องดรามาต่าง ๆ ที่เคยโดน เชื่อว่าเขียนได้อีกน้อย ๆ สามเล่ม

แต่ถึงอย่างนั้น ก็รู้สึก ‘เย็น ๆ’ ที่ได้อ่าน เหมือนได้ฟังคุณพ่อคุณแม่เล่าชีวิตให้ฟัง

ขอจบด้วยประโยคในหนังสือที่ผมชอบมาก

“คนจำนวนมากมองว่าความลำบากคือความทุกข์ การทำงานหนักคือทัณฑ์ แต่ในความลำบากก็อาจมีชีวิตที่ดี”

“เหนื่อย แต่เป็นชีวิตที่ดี”

วิศวกรรีพอร์ต

คนธรรมดาผู้มีประสบการณ์ทำงานหลากหลายตำแหน่ง คลุกคลีกับการทำรีพอร์ตมาโดยตลอด สุดท้ายค้นพบแนวทางของตัวเอง จึงอยากแบ่งปันเคล็ดลับและประสบการณ์ให้กับผู้สนใจ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.