ผมปวดแขนซ้ายมากครับ
คำว่า ‘มาก’ คือ ยกแขนไม่ขึ้น ถอดเสื้อไม่ได้ ปวดจนร้าวไปที่ขาซ้าย
สาเหตุมาจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
เรื่องนี้ผ่านมา 2 ปีแล้ว ตอนนี้คงเล่าให้ฟังได้

คือวันนั้นผมไปหาหมอคนเดิมที่โรงพยาบาลเดิม (ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ)
ผมพบหมอคนนี้หลายครั้งแล้ว จนเราเริ่มสนิทกัน
หมอทักว่าช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่เพิ่งเปลี่ยนสายพันธุ์ จะฉีดวัคซีนไหม
ผมเห็นด้วย จึงขอหมอฉีด
คนฉีดวัคซีนไม่ใช่หมอ แต่เป็นพยาบาล
ผมรู้สึกว่าพยาบาลฉีดยาที่แขนซ้ายเร็วเกินไป ตอนฉีดรู้สึกปวด กะจะท้วงแต่ไม่กล้า
ฉีดเสร็จก็กลับบ้าน อาการปวดไม่ลดลง กลับปวดเพิ่มขึ้น ปวดตลอดเวลา ปวดมากจนร้าวไปที่ขา
ปวดจนถอดเสื้อเองไม่ได้ ต้องให้ภรรยามาช่วย ภรรยาทักว่านี่มันไม่ปกติแล้ว ไปหาหมอเถอะ
รุ่งเช้าผมพบตัวเองที่ห้องหมอคนเดิม โรงพยาบาลเดิม แต่คิ้วของหมอขมวดเข้าหากัน
ตรวจสอบแล้วไม่มีการแพ้ใด ๆ และผมก็เคยมีประวัติฉีดวัคซีนตัวนี้ สาเหตุจึงน่าจะมาจากการฉีดยาที่เร็วเกินไป
หมอลงความเห็นให้ผมไปพบหมอด้านระบบประสาทและหมอด้านกระดูก เพื่อช่วยตรวจสอบความผิดปกติของร่างกาย
ผมฟังแล้วก็กังวล ที่กังวลไม่ใช่พบหมอ แต่เป็นค่ารักษา เพราะพบหลายหมอขนาดนี้ ค่าใช้จ่ายคงบานตะไท
หมอบอกไม่ต้องเป็นห่วง เคสนี้สาเหตุมาจากการฉีดยา ทางโรงพยาบาลจะดูแลค่าใช้จ่ายให้เอง
ผมพบตัวเองที่แผนกกระดูก คุณหมอลงความเห็นว่ากระดูกไม่น่าเป็นอะไร แต่เพื่อความสบายใจ ขอเอกซ์เรย์หน่อย
หลังเอกซ์เรย์เสร็จ คุณหมอบอกว่ากระดูกโอเค แต่เพื่อความแน่ใจ ให้ไปพบหมอด้านระบบประสาทด้วย
ผมพบตัวเองกำลังออกแรงกำมือหมอด้านระบบประสาท คุณหมอบอกให้กำสุดแรง และให้ทำท่าอีกหลายอย่าง ลงความเห็นว่าระบบประสาทไม่เป็นไร แต่เพื่อความสบายใจ ให้ไปพบหมอด้านกายภาพบำบัด
ผมพบตัวเองกำลังยกมือดันหมอด้านกายภาพบำบัด คุณหมอคนสวยบอกให้ดันสุดแรง แล้วไล่จับกล้ามเนื้อตั้งแต่ไหล่ซ้าย มาที่แขน ลงไปที่หลัง เอว สะโพก ไปจนถึงขา
คุณหมอบอกว่าไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ต้องมาทำกายภาพบำบัดอย่างน้อย 6 ครั้ง และรับยาไปกินที่บ้าน
“เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เค้าโน้ตมาให้หมอแล้ว” คุณหมอส่งยิ้ม
ผมพบตัวเองกำลังทำอัลตราซาวนด์ เปลี่ยนเครื่องไปประคบด้วยอะไรบางอย่าง ตามด้วยอะไรอีกสักเครื่อง แล้วจบด้วยการยืดกล้ามเนื้อ
พอกลับถึงบ้าน โทรศัพท์ดัง คนโทรมาคือพยาบาลที่แผนกหมอคนเดิม ถามว่าอาการเป็นอย่างไร
“ยังปวดอยู่ครับ แต่อาการปวดไม่ได้เพิ่มขึ้น” ผมตอบ
“เป็นสัญญาณที่ดีค่ะ อย่าลืมทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องนะคะ” พยาบาลกล่าวก่อนวางสาย
ผมไปทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง พอครั้งที่สามอาการก็ดีขึ้นมาก อาการปวดลงขาหายไป เหลือเพียงปวดที่แขนนิดหน่อย
พอทำครบ 6 ครั้ง ก็ได้พบคุณหมอกายภาพคนสวยอีกครั้ง
คุณหมอซักถามอาการ ไล่จับกล้ามเนื้อ ทดสอบการออกแรง แล้วบอกว่าดีขึ้นมาก แต่กล้ามเนื้อยังตึงอยู่ ให้มาทำกายภาพบำบัดอีก 6 ครั้ง
“เอ่อ.. ไม่ต้องมาแล้วก็ได้มั้งครับ ตอนนี้ก็หายดีแล้ว” ผมอิดออด เพราะการมาแต่ละครั้งใช้เวลาไม่น้อย
“หมอขอ 3 ครั้งได้ไหมคะ แล้วมาพบหมออีกครั้ง” คุณหมอส่งยิ้มให้ สวยเหมือนเดิม
ผมมาทำกายภาพอีก 3 ครั้ง และพบตัวเองกำลังคุยกับหมอ
“โอเค หายดีแล้ว แต่หมอขอให้ทำกายภาพอีก 3 ครั้งนะคะ จะได้มั่นใจว่าอาการจะไม่กลับมา”
“เอ่อ.. ผมขอมา 2 ครั้งได้ไหมครับ ตอนนี้งานค้างเต็มเลย” ผมมาทำกายภาพบ่อยมากจนทำงานไม่ทัน
“งั้นหมอเขียนให้ 3 ครั้งก่อน แต่ถ้าไม่สะดวกจริง ๆ มา 2 ครั้งก็ได้ค่ะ” คุณหมอยิ้ม
สรุปแล้วผมมาทำกายภาพทั้งหมด 11 ครั้ง ครั้งสุดท้ายไม่มาเพราะหายสนิทแล้ว
โดยรวมเป็นประสบการณ์ที่ประหลาด และคิดว่ายากมากที่จะพบประสบการณ์แบบนี้
สารภาพว่าวันแรกที่ปวดแขน ผมโมโหพยาบาลคนนั้น แต่หลังจากพบ 4 หมอและทำกายภาพ ความโมโหนั้นก็มลายหายเป็นความเกรงใจ
ผมได้รับขั้นตอนการรักษาแบบละเอียดมากที่สุดในชีวิต ได้พบคุณหมอผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย ได้รับการดูแลในระดับวีไอพี
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดน่าจะเกินแสน ซึ่งเกินกว่าค่าวัคซีนหลายร้อยเท่า
แม้เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิด แต่ก็รู้สึกว่าโรงพยาบาลรับผิดชอบแบบถึงที่สุด
ขอบคุณโรงพยาบาล คุณหมอ และนักกายภาพบำบัดทุกท่านที่ดูแลผมเป็นอย่างดี 🙂
ลองมองย้อนไปเป็นเรื่องที่ตลกดี แต่ถ้าให้วันนี้ปวดแขนอีกครั้งไม่เอาแล้วนะ 😅